เสียงจากพุทธบริษัท
ต่อกรณีย่ำยีพระพุทธศาสนา
เสียงสะท้อนทั้งหมดนี้ เป็นความเห็นส่วนบุคคล
ซึ่งเว็บสมัชชาสงฆ์ไทยฯ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
ผู้ต้องการแสดงความเห็น-ข้อเสอนแนะ ส่งอีเมล์มาได้ที่
phaisit9@hotmail.com
กรุณาใช้คำสุภาพ-ใช้ปัญญาและเมตตาธรรม
ในการแสดงออกให้สาธารณชนได้รับทราบ
เราเคารพในความคิด-ข้อเสนอแนะของทุกท่าน
พระศาสดาของเราไม่ได้สอนให้พวกเรากร้าวร้าวใคร
ไม่ว่าเขาเหล่านั้นจะเป็นมิตรหรือศัตรู
อนูปวาโท  อนูปฆาโต

กลับไปหน้าแรก

เสียงที่ 51

ไม่สมควรนนำมาฉายในประเทศไทย มันไม่เหมาะสมขนาดโปสเตอร์ยังดูลบหลู่ศาสนาเลย ชาวพุทธต่อต้าน     

เสียงที่ 52

คนที่คิดจะสร้างหนังเกี่ยวกับศาสนาผมไม่เชื่อหรอกว่าเค้าไม่รู้ว่าอะไรควรไม่ควร อย่างน้อยจะต้องมีความเคารพและให้เกียรติกับศาสนาอื่นๆบ้าง อย่าคิดตื้นๆ เพราะมันไปสะเทือนใจคนที่เค้านับถือศาสนาพุทธ พวกนี้ชอบคิดว่าเรื่องจิตวิญาณไม่มีจริงเพราะจับต้องไม่ได้ ขอถามหน่อยเวลานอนหลับแล้วฝันไป สามารถจับความฝันมาแสดงให้ดูได้มั๊ย ได้แต่มาเล่าให้ฟัง เพราะมันทำได้เท่านั้นจริงๆ ของอย่างนี้ไปบอกใครให้เชื่อก็ไม่ได้หรอก นอกจากจะนั่งหลับตาทำสมาธิโดยที่มีสติอยู่ตลอดเวลา และรู้เห็นด้วยตัวเอง ก็จะได้คำตอบที่ถูกต้อง แต่ถ้าให้ดีลองจับคนสิบคนยี่สิบคนต่างเชื้อชาติศาสนาต่างอายุและต่างสถานที่มานั่งหลับตาทำสมาธิแล้วเห็นเหมือนกันรู้เหมือนกันพูดตรงกัน มันก็น่าเชื่อหรอกว่าจิตวิญาณมีจริงและศาสนาพุทธเท่านั้นที่ทำได้ ที่แน่ๆรู้ด้วยตัวเองอย่างมีสตินั้นแหละแน่นอน พวกนี้ชอบอ้างวิทยาศาสตร์ ต้องมีการพิสูตร์ทางกายภาพให้เห็นถึงจะเชื่อ แต่ความเป็นเหตุเป็นผลมันมีได้ทั้งทางกายภาพ และจิตภาพ ทางกายภาพเราสามารถใช้วิทยาศาสตร์คำนวณได้ แต่ทางจิตภาพจะใช้วิทยาศาสตร์ไม่ได้ เช่น รักแรกพบ หรือเกียดแรกเห็น ซึ่งวิทยาศาสตร์หาคำตอบไม่ได้ แต่มันมีเหตุมีผลของมันในตัว หากมีการศึกษาเรื่องของสมาธิแล้วจะเข้าใจ เพราะทุกสิ่งในโลกนี้มีคำตอบด้วยเหตุด้วยผล และศาสนาพุทธเท่านั้นที่สอนให้เชื่อในเหตุในผลทุกอย่างมีคำตอบแห่งการกระทำ ไม่ใช่หาคำตอบไม่ได้ก็โยนให้สิ่งที่สมมุติกันเอาเอง ที่เชื่อต่อๆกันมา
สรุปเลย ไอ้คนสร้างหนังเรื่องนี้ มันไม่นับถือศาสนาอะไรเลย มันคิดว่าตายแล้วสูญ ดังนั้นชาตินี้หรือชั่วชีวิตนี้มันจะขอรวยอย่างเดียว เหตุแห่งการกระทำของมันครั้งนี้จะทำมันไม่ได้ยินไม่ได้พบกับพุทธศาสนาอีกนับชาติไม่ถ้วน และกรรมหนักๆอย่างอื่นๆอีก ทุกอย่างที่ทำจะเป็นกรรมติดตัว ทำสิ่งที่ดีๆก็จะได้สิ่งที่ดีๆติดตัวไปจนถึงภพหน้าไม่ว่าศาสนาอะไรก็เช่นกัน

เสียงที่ 53

I think we should "thank you" to them because they are insulting themselves and praise the Buddhism. The Buddha that I have know never taught to believe the things that haven't proved. Therefore, only the persons who still don't know the real things of the Buddhism believe without using their brain as the producer in the movie. The things that they presented is not ours so I feel funny and would like to help them. Then I think we should forgive them for their ridiculous movie that was build without the real principle. One day the true of nature will give them a retribution don't worry. Let stop the fire of your anger in the heart and go back to do the good thing to our religion further. Show them what is the real Buddhism that we are.

เสียงที่ 54

เอ่อ ขอโทษนะครับทุกท่าน

ผมอาจจะมีความเห็นไม่ตรงกับหลายๆ ท่านในที่นี้ แต่การที่เราโกรธแล้วมาพูดจาด่าว่ากันเองในที่นี้ มันเหมาะสมนักหรือครับ

บางท่านถึงกับใช้คำพูดหยาบคาย ลบหลู่พ่อแม่ของท่านอื่นๆ นี่หรือครับสิ่งที่ท่านพระพุทธเจ้าท่านสอนเอาไว้

ผมได้แสดงความเห็นเอาไว้ในความเห็นที่ 349 และ 368 แต่หลังจากอ่านความเห็นของท่านอื่นที่เขียนต่อ ผมมีความรู้สึกเสียใจที่อีกหลายๆ ท่านที่แสดงความเห็นในที่นี้เข้าใจอะไรๆ ผิดไป

หากท่านเปิดใจให้กว้างอีกสักนิด ท่านจะมองเห็นและเข้าใจว่าศาสนาพุทธไม่ได้เป็นของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็นสมบัติของมนุษยชาติ

ถ้าหากว่าท่านโกรธเพราะมีความรู้สึกว่าฝรั่งเขามาย่ำยีของของท่าน ได้โปรดช่วยตั้งสติแล้วคิดใหม่เถิดครับ เราไม่ได้เป็นเจ้าของพุทธศาสนานะครับ

แล้วการที่หลายๆท่านในที่นี้แสดงความเห็นลบหลู่ศาสนาอื่น ผมอยากถามท่านว่าท่านมีความรู้ในศาสนานั้นๆ มากเพียงพอที่จะทำเช่นนั้นหรือ

หากท่านเห็นว่าศาสนาพุทธดีเลิศประเสริฐกว่าศาสนาอื่นๆ แสดงว่าท่านมีทิฐิ เห็นศาสนาพุทธเป็น "ของท่าน" ใครจะมาแตะต้องไม่ได้

ปล่อยมันไปเถิดครับ

ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย ความดีไม่มีทางสูญหายไปจากโลกนี้

ไม่ว่าใครจะมาเหยียดหยามพุทธศาสนาอย่างไร ผมไม่เห็นว่าพุทธศาสนาจะเสื่อมลงแม้แต่น้อยนิด

คำสอนของท่านพระพุทธเจ้าก็คงยังจะเป็นจริงเสมอ ไม่ว่าวันเวลาจะเปลี่ยนไปอย่างไร

คนไทยโชคดีนะครับที่ได้มีโอกาสรู้จักและเรียนรู้คำสอนของท่านพระพุทธเจ้า ผมเองอาศัยอยู่ที่ประเทศอังกฤษ มีเพื่อนๆฝรั่งมากมายที่สนใจและอยากเรียนรู้ "ความจริง" ที่ท่านพระพุทธเจ้าได้ตรัสสอนเอาไว้

ถึงแม้ว่าท่านจะปรินิพพานไปแล้วกว่า 2500 ปี แต่ "ทาง" ที่ท่านได้ "ชี้" เอาไว้ก็ยังเปิดกว้างไว้เสมอสำหรับ "มนุษย์" ทุกคนที่ยัง "หลับ" และยังวนเวียนอยู่ใน "วัฏสงสาร"

ปล่อยมันไปเถิดครับ อย่าไปยึดติดกับ "รูป" นักเลยครับ

เสียงที่ 55

นิคคณเห นิคคหารหิ ปคคณุเห ปคคหารหิ" แปลว่า "พึงชมคนที่ควรชม พึงข่มคนที่ควรข่ม"
เหอๆๆพวกที่ว่าต้องใช้อุเบกขา คือความว่างเฉยนั้นนะ เข้าใจคำว่าอุเบกขาผิดแล้ว กล้บไปศึกษาใหม่นะ ถ้าเขาทำขนาดนี้คุณยังอุเบกขา นะ เขาไม่เรียกอุเบกขาแล้ว เขาเรียกพวกไร้ความรุ้สึก ไม่ต่างอะไรกับตอไม้ผุๆๆเหอๆๆๆ

เสียงที่ 56

เฮ้อ พออ่านๆความเห็นอื่นๆไปแล้วก็ เซ็งขึ้นมาในหัวใจ กับความเห็นหลายๆชิ้น

จริงๆแล้วผมหดหู่และอยากจะบ้องหัว ไอ้ผู้สร้างรายนี้มากๆ เป็นผู้สร้างรายเล็กๆกระจอกๆ ที่อยากเอาหลักศาสนาพุทธมาขายแท้ๆ แต่ก็ดันทำโปสเตอร์หนังลบหลู่ Lord Buddha ซะได้ ผมเชื่อว่ากฎแห่งกรรมก็อาจจะตอบสนองให้หนังเรื่องนี้ไม่ประสบความสำเร็จในที่สุด

อย่างไรก็ตามผม "ไม่" อยากให้พวกเราพากันไปเหมาเข่ง ว่า

- ผู้สร้างเป็นชาวคริสต์ (หรือเปล่าก็ไม่รู้?) ดังนั้นชาวคริสต์ ต้องการลบหลู่พุทธศาสนา --> อันนี้มั่วแล้วครับ ทุกศาสนามีทั้งคนดีและคนไม่ดีนะครับ

- ผู้สร้างเป็นอเมริกัน ดังนั้นคนอเมริกันเนี่ย ห่วยแตก แย่ ไม่ได้เรื่อง เป็นคนไม่ดีไปเสียหมดทุกคน --> นี่ก็เหมาเข่งอีกแล้วครับ ทุกประเทศ ทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนา ก็มีทั้งคนดี คนไม่ดี คนโง่ คนฉลาด ด้วยกันทั้งนั้นแหล่ะครับ

ยังไงก็อยากให้ ลุย เป็นคนๆ เป็นเรื่องๆ ไปมากกว่าครับ

กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นตอบสนองผู้นั้นนะครับ "ไม่ใช่" กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นตอบสนองทั้งก๊กทั้งเหล่าของผู้นั้น

เสียงที่ 57

แสดงความคิดเห็นตรงนี้ก็ไม่มีประโยชน์หรอกครับ เจ้าของหนังมันไม่รู้จักเว็บไทย  แล้วมันก็อ่านภาษาไทยไม่ออกด้วย

เราต้องไปแสดงความคิดเห็นอัดมัน ในเว็บบอร์ด ของเว็บหนังที่ดังๆของอเมริกาครับ อย่างเช่น

Yahoo Movie -
http://movies.yahoo.com/shop?d=hv&id=1808593035&cf=comm

The New York Times -
http://movies2.nytimes.com/gst/movies/movie.html?v_id=291892

หรือไม่ก็เขียนอีเมล์ไปถล่มมันที่ official อีเมล์ของหนังเรื่องนี้ที่ info@ybg.com

Official เว็บของหนังเรื่องนี้คือ http://www.ybg.com/

ยังไงก็เขียนไปอัดมันมากๆหน่อยนะครับ โดยเฉพาะทุกๆคนที่เขียนภาษาอังกฤษพอไหว  มันจะได้รู้สำนึกว่าหนังของมันกำลังจะถูกแอนต์ตี้จากชาวพุทธ เพราะทำโปสเตอร์หนังไม่ดูตาม้าตาเรือแท้ๆ

เสียงที่ 58

เลิกเอาเรื่องศาสนาคริต์มาด่าว่าได้ไหมเพราะเขาไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย อะไรผิดก็ว่าไปตามผิด พวกพุทธที่บอกว่าหลักคำสอนคือไม่ให้ยึดติดก็เหมือนกัน ตัวคุณเองทำได้แล้วหรือเปล่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคำสอน เพราะโปสเตอร์หนัง เป็นเรื่องทางโลก เป็นเรื่องของการขาย ควรจะมีจรรณยาบรรณด้วย ไม่ใช่ว่าคนทำไม่รู้ว่าจะเป็นเรื่องขึ้นมา แต่เพราะรู้ถึงอยากทำ อยากให้ดัง อยากท้าทาย อยากให้เเรง ศาสนาที่คงอยู่ได้ทุกวันนี้เพราะอารยะธรรมทั้งทางใจและทางวัตถุ ถ้าคำสอน ไม่เขียนลงคัมภีร์ ไม่มีวัด แล้วคิดว่าศาสนาอะไรจะอยู่ได้ยาวนาน แค่ปากต่อปากนั้นไม่เพียงพอ คนเราอยู่ในโลกที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่บรรลุแล้วกันหมดเมื่อไหร่ ถ้าไม่เช่นนั้น คุณคิดว่าเอาแบ๊งค์20มาเหยียบก็สมควรหรือคะ จริงๆมันก็เป็นแค่เงิน แต่เราไม่ควรทำเพราะอะไรก็น่าจะทราบ แต่เป้นเพราะเป็นจากแบ๊งค์เป็นสัญลักษณ์ทางศาสนา ซึ่งสอนให้ปล่อยวาง ไม่ยึดติดกับรูปลักษณ์เลยทำได้งั้นสิ ของรักของคนอื่นก็ทำได้ ชีวิตนี้ไม่เคยมีตัวแทนของสิ่งที่คุณรักหรือคะ หรือคนนั่งทับเศียรพระได้ แต่พ่อนั่งทับตุ๊กตาที่แฟนให้มาแล้วโวย แยกแยะหน่อยว่า สัญลักษณ์ที่"ควร"เคารพ และคำสอนมันต่างกัน แต่ก็เชื่อมโยงถึงกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ควรช่วยกันปกป้องมากกว่า ที่จะบอกว่าก็แค่ดินก้อนนึงเค้ามีสิทธิ์ทำก็เรื่องของเค้า ไม่เกี่ยวกะเรา อย่างนี้โลกก็เน่าสิคะ เพราะคนไม่รู้จักเคารพซึ่งกันและกัน นับประสาอะไร เพราะคนศาสนาเราเองยังไม่รู้เลย ว่านี่คือสิ่งที่ชาวพุทธทุกคนต้องช่วยกันปกป้อง ..เหมือนตัวเราเองไม่ชอบคนบ้าพระเครื่อง แต่ก็ยิ่งไม่ชอบคนที่เอาพระเครื่องมาเหยียบมากกว่า *-* คำว่าแยกแยะมันก็อยู่ตรงนี้แหละค่ะ

เสียงที่ 59

ขอร่วมประนาม การไม่เคารพในสิ่งที่เป็นศรัทธาของผู้ถือ ขอถือว่า ผู้กำกับและผู้ออกแบบและสร้างสรรค์งานนี้ เป็นผู้ที่ไม่น่านับถือ ไร้จรรยาบรรณ และหลักมนุษยธรรม ศีลธรรม ที่มนุษย์พึงมี "ขอประนามอย่างแรงงงงงงงงง

เสียงที่ 60

ไม่ต้องโปสเตอร์หรอก ผมเห็นปกซีดี เพลงแดนซ์ บนแผงเทปที่สีลม ก็มีรูปพระพุทธรูปอยู่บนปกซีดีที่ขายแผ่นละ 100 บาท เกลื่อนเลย ... ทีแบบนี้กระทรวงวัฒนธรรมไม่รู้ไปอยู่ไหน ...

เสียงที่ 61

เรื่องนี้ ขอยืนยันว่า พระพุทธศาสนาของพระพุทธองค์ยังมิได้ถูกใครดูหมิ่น คนพุทธอย่าได้เดือดเนื้อร้อนใจไปเลย
1.ในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าทรงห้ามสาวกมิให้สร้างรูปเคารพใดๆ เพราะท่านเห็นว่าเป็นหนทางทำให้ปัญญาอับเฉา ( เพราะหากมีรูปปั้น คนจะไปงมงายกราบไหว้รูปปั้นมากกว่าจะปฎิบัติธรรมตามคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ ) ท่านแนะนำให้สาวกปฎิบัติรรมตามคำสั่งสอนของท่าน แทนการนำดอกไม้ของหอม หรือเครื่องสักการะไปบูชาพระพุทธองค์
2. พระพุทธรูปมีขึ้นภายหลังพระพุทธองค์ดับขันธ์ไปแล้วกว่า 500 ปี เริ่มโดยคนกรีกที่ติดตามอเลกซานเดอร์มหาราชเข้ามาอยู่ในชมพูทวีปเป็นผู้สร้างขึ้น สร้างตามแบบที่พวกเขาเคยสร้างเทวรูป รูปของเทพเจ้าต่างๆในประเทศกรีก
3.พระพุทธเจ้าท่านฉลาดล้ำลึกที่สั่งสอนสาวกมิให้สร้างรูปเคารพเหมือนองค์ท่าน เพราะหากสร้างรูปเหมือนองค์ท่านแล้ว บรรดาสาวกก็จะเอาแต่กราบไหว้รูปปั้น หรือพระพทธรูป แต่ไม่สนใจปฎิบัติธรรม เพราะการกราบไหว้นั้นง่ายดี ยกมือไหว้ ก็เข้าใจเอาเองว่าตนได้นับถือศาสนาพุทธแล้ว แต่ความจริงไม่ใช่ คนที่เป็นคนพุทธแท้ต้องปฎิบัติธรรม อย่างน้อยๆ ต้องรักษาศีล 5 ให้ได้ จึงจะเป็นคนพุทธที่ดี
4.ขอคนพุทธอย่าห่วง ศษสนาพุทธไม่มีใครมาย่ำยีได้ เพียงแต่คนพุทธต้องทำความเข้าใจในศาสนาของตัวเองให้ดีเสียก่อน เรื่องการขี่คอ หรือการทำลายพระพุทธรูป เป็นเรื่องของการทำลายวัตถุ แต่เนื้อหาที่แท้จริงของศาสนาพุทธ ไม่มีใครมาทำลายได้ เพราะการทำดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้ผ่องใส ซึ่งเป็นหัวใจของศาสนาพุทธ ผู้ใดปฎิบัติตามได้ ก็จะเป็นคนดี
5.เข้าใจว่าผู้ที่เข้ามาแสดงความเห็นในเวบไซต์นี้ หากเป็นชายก็คงยังไม่เคยบวชเรียน แต่เป็นพุทธเพราะเพียงแค่ผู้ปกครองไปแจ้งเกิดที่อำเภอ แล้วแจ้งในทะเบียนบ้านว่า " ศาสนาพุทธ " ดังนั้น จึงขอให้ท่านที่ให้ความเห็นในนี้ส่วนมาก จงหันมาบวชเรียนสัก 1 พรรษา เลือกวัดดี ๆบวช เช่นวัดชลประทาน ฯ ปากเกร็ด หรือวัดทองนพคุณ คลองสาน หรือวัดป่าธรรมชาติ ที่อุบลราชธานี และยังมีวัดดี ๆอีกมากมายในประเทศไทยที่พระอุปปัชฌาย์ตั้งใจสอนพระบวชใหม่ให้รู้แจ้งถึงศาสนาพุทธ เชื่อเถอะ ขอให้ท่านหาเวลาหาโอกาสไปบวช จะขออนุโมทนา เพราะการบวชทำให้คนฉลาดขึ้น และจะได้เข้าใจศาสนาพุทธของเราได้ถูกต้อง ไม่ผิดพลาดอย่างที่เป็นมา อย่างที่เห็นมากมายในความเห็นต่างๆเช่นในกระทู้นี้ ขออนุโมทนา สาธุ

ขอแสดงความเห็นต่อ
1. ต้องแบ่งความรักศาสนาออกเป็น 2 ส่วนอย่างย่อนะครับ ส่วนของพระ และของคนธรรมดาชาวพุทธ
2. พระมีหน้าที่ชี้แจงตามที่ท่านบอกนะถูกต้องแล้ว แต่คนพุทธต้องมีทั้งฝ่ายบู๊และบุ๋นครับ ในสมัยพุทธองค์ มีคนร้ายมาข่มขืนนางภิกษุณี พระยังช่วยอะไรไม่ได้เลย สมัยนี้คนปล้นวัด พระก็ทำอะไรไม่ได้ แค่มีดสปาต้าฟันคอพระเล่น พระก็ไม่รู้จะโต้ตอบอย่างไรดี ต้องเป็นหน้าที่ชาวพุทธคนธรรมดานี่แหละที่จะหาทางป้องกัน และต่อต้านภัยโดยไม่ต้องใช้เหตุผลอย่างอื่นมาอธิบายให้มากความ
3. การชี้แจงทำความเข้าใจสำหรับคนมีเหตุผลดีเขาก็เข้าใจ แต่สำหรับคนไม่มีเหตุผลจะชี้แจงอย่างไรเขาก็ไม่เข้าใจหรือทำเป็นไม่เข้าใจ เพื่อหวังผลประโยชน์ เช่นกรณีของหนังเรื่องนี้ คิดง่ายๆว่ามันต้องการหาเงิน พวกนี้มันทำทุกอย่างเพื่อเงินเพื่อบริจาคเข้าศาสนาของพวกมัน มันไม่คำนึงถึงความเสื่อมเสียที่จะมีแก่คนอื่นหรือวัฒนธรรมอื่น หวังว่าท่านคงจำได้ถึงประวัติศาสตร์พุทธศาสนา หลังจากพระพุทธองค์สวรรคต 200-300 ปี พระเจ้าอโศกมหาราช ทรงประหารพระสงฆ์นอกรีต และผู้ที่ไม่หวังดีต่อพระพุทธศาสนาหลายพันคน จากนั้นชำระคำสอนของศาสนาเสียใหม่ แล้วส่งพระออกไปนอกประเทศประกาศศาสนาจนมาถึงประเทศไทย หากไม่มีพระมหากษิตริย์ผู้มีศรัทธาและทุ่มเทเพื่อพุทธศาสนาเช่นนี้ เราจะได้ศึกษาและนับถือพุทธศาสนามาได้อย่างไร?
4. ถูกอยู่ที่ท่านบอกว่าไม่ได้ทำลายพุทธ แต่มันทำลายสิ่งที่เราเคารพ เราจะต้องประท้วงต้องบอกเขา ต้องรวมพลังอย่างใดอย่างหนึ่งให้เขารู้ว่าเราคิดอย่างไร รู้สึกอย่างไร ไม่ใช่อยู่นิ่งอย่างเดียว และแสดงให้เขารู้ว่า ถ้าเราหรือใครก็ตามทำอย่างนี้กับศาสนาเขาบ้างจะทำอย่างไร
5. การสร้างพระพุทธรูป พระพุทธองค์ไม่ให้สร้างในสมัยท่าน พระยังไม่มีช่างที่มีฝืมือที่จะทำได้ และพระพุทธองค์ก็มีชิวีตอยู่จะสร้างไปทำไม ช่างที่ทำพระพุทธรูปงามที่สุดน่าจะเป็นสมัยคุปตะ หลังพระพุทธองค์มรณภาพหนึ่งพันปี พระพุทธรูปปางปฐมเทศนาที่สวยที่สุดในโลกทราบว่าอยู่ที่เมืองพาราณสีอินเดีย พระพุทธรูปองค์นี้ทำให้นักปฏิมากรของโลกได้มายืนชมและซาบซึ้งในพระบารมีมาหลายท่านแล้ว นี่คงจะเรียกว่า พุทธนิมิตร หรืออะไรไม่ทราบ ทำให้นำไปสู่ความสนใจและหลักธรรมในที่สุด ส่วนพวกที่ไม่สนใจไม่ใช่จะมีแต่ในสมัยนี้เท่านั้น แม้ในสมัยพระพุทธองค์ก็ยังมีพระเทวทัตเป็นตัวอย่าง แล้วแต่ว่ามุมมองของใครจะเป็นอย่างไร
6. คงจะไม่ต้องบวชก่อนแล้วจะเข้าใจพระธรรม สมัยพุทธองค์คนที่เข้าใจพระศาสนาบรรลุธรรม ก็ไม่จำเป็นต้องบวช เช่น ท่านอนาถะ หรือนางวิสาขา เป็นต้น อยู่ที่ศรัทธาและการปฏิบัติอย่างแท้จริง

สรุปว่า กรณีที่เกิดขึ้นเราควรแสดงพลังอย่างใดอย่างหนึ่งให้เขาได้ทราบ และหันมาทำความเข้าใจให้ถูกต้องกับศาสนาของเราให้ดีที่สุด
เหมือนกับท่านพระมหากัสสปะ แค่ได้ยินพระรูปหนึ่งตำหนิพระพุทธองค์ หลังพระพุทธองค์มรณภาพ ท่านถึงกับเอาเป็นสาเหตุทำการประชุมสงฆ์รวบรวมคำสอนของพระพุทธ์องค์เป็นหมวดหมู่มาจนถึงทุกวันนี้

เสียงที่ 62

อให้ทางสถานฑูตไทยในสหรัฐ ช่วยประท้วงด่วนครับ

เสียงที่ 63

นายกของประเทศไทยอยู่ที่ไหน เป็นหน้าที่ที่จะต้องทำการประณาม ส่งสัญญาณการประท้วงในระดับชาติ และต้องใช้การตอบโต้ทุกวิถีทางเท่าที่จะทำได้ เช่น ห้ามคณะทำงานของหนังเรื่องนี้เข้าประเทศไทย ห้ามหนังของเขาไม่ว่าเรื่องไหน ๆ เข้ามาฉายในประเทศไทย ห้ามหนังทุกเรื่องที่สร้างโดยบริษัทนี้เข้ามาฉาย ห้ามหนังทุกเรื่องที่จัดจำหน่ายโดยผู้จัดจำหน่ายหนังเรื่องนี้มาฉายในประเทศไทย ดูซิว่าถ้าทำอย่างนี้แล้วมันจะรู้สึกหรือไม่ คนพวกนี้ไม่สนใจอะไรทั้งนั้นนอกจากเงิน ถ้าเราปิดกั้นไม่ให้เข้ามาหาเงินในประเทศเรา ดูซิว่ามันยังจะกล้าเอาศาสนามาหากินหรือไม่ คนไทยทุกคนมีส่วนร่วมประท้วงด้วยการไม่จ่ายเงินให้กับทุกสิ่งที่เป็นลิขสิทธิ์ของบริษัทเหล่านี้ ถ้าอยากดูหนังของเขา ก็ซื้อแผ่นเถื่อนมาดู แค่นี้มันก็จะโดนพวกเดียวกันรุมกินโต๊ะแทนพวกเราเองน่ะแหละ หวังว่ามาตรการเหล่านี้คงจะไม่ยากเย็นเกินไป ที่คนที่นับถือพุทธศาสนาจะช่วยกันกระทำ เพื่อเป็นการประท้วงกับพวกที่ชอบหลบหลู่ศาสนาอื่น ๆ

เสียงที่ 64

ประเทศที่เจริญด้วยเทคโนโลยีทั้งหลายนั้นเขาหันหน้าไปนับถือวิทยาศาสตร์ว่าเป็นเหมือนดั่งพระเจ้า เพระเข้าใจว่า วิทยาศาสตร์คือตำตอบทุกอย่างของชีวิต แต่ผลที่ตามมาก็คือ คุณธรรม/จริยธรรมในใจกลับถดถอย วิธีชีวิตถูกบีบคั้นให้เป็นทุกข์มากขึ้นทุกขณะ ๆ สักวันหนึ่ง เมื่อแรงบีบคั้นมากเกินกว่าสังคงจะรับได้ มันย่อมที่จะแตกสลายไปเอง เช่นเดียวกับลูกโป่งที่มีลมอยู่ภายใน แล้วเราใช้มือบีลูกโป่งแรง ๆ ลูกโป่งนั้นมันก็จะแตกเสีย ขอวิงวอนผู้อ่านที่เป็นขาวพุทธทุกคน จงช่วยกันทำสังคมให้ดีขึ้น ให้น่าอยู่มากขึ้น อารมณ์โกรธนั้นเปรียบเสมือนไฟที่สามารถเผาผลาญทุกอย่างได้ ยิ่งโกรธมากเท่าไหร่ ยิ่งจะทำให้เราถอยห่างใกลจากความสงบมากขั้นเท่านั้น

เสียงที่ 65

ดิฉันเชื่อว่าทุกศาสนาสอนให้ทุกคนเป็นคนดีค่ะ แล้วในกรณีรูปโปสเตอร์อัปยศนี้ ดิฉันคิดว่าเราไม่ควรจะไปต่อว่าอะไรคริสต์ศาสนาเขานะคะเพราะบางทีอาจจะเป็นการประนามที่ไม่เป็นผลอะไรเลย กลับจะเป็นการสร้างความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้นระหว่างคริสตศาสนิกชนกับพุทธศาสนิกชนขึ้นก็ได้
ลองคิดดูเล่นๆนะคะว่าบางทีคนที่สามารถกระทำอะไรได้เลวบัดซบขนาดนี้เขาอาจจะจัดอยู่ในกลุ่มคนที่ไม่มีศาสนาก็ได้ เขาเลยไม่รู้สึกรู้สมอะไรในการกระทำย่ำยีศาสนาพุทธของเราเช่นนี้ เพราะเขาคงไม่มีใจที่จะคิดในมุมกลับกันว่าถ้าคนอื่นกระทำการเช่นนี้กับศาสนาที่เขานับถืออยู่เขาจะรู้สึกเช่นไร
ดิฉันเป็นพุทธสาสนิกชนทั้งตัวและหัวใจค่ะแล้วก็รู้สึกเสียใจที่ต้องมาเห็นภาพเช่นนี้ และทราบดีค่ะว่ามันเจ็บใจแค่ไหน เพราะฉนั้นดิฉันขอสนับสนุนให้คนที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการอย่างเต็มที่ ที่จะหยุดพฤติกรรมเหล่านี้ของคนนอกศาสนา

เสียงที่ 66

สาธุชน คนใดที่เข้าใจว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องการดูถูกศาสนาพุทธ หรือถึงขั้นทำลายศาสนาพุทธ ขอให้คิดดูใหม่ เพราะ เรื่องนี้ ต้องแยกให้ออก ระหว่าง สิ่งที่เรานับถือ กับสิ่งที่เป็นพระพุทธศาสนา
1.เขาขี่คอพระพุทธรูป เพราะพระพุทธรูปเป็นสิ่งที่เรานับถือ ใช่หรือไม่ ดังนั้น เขาก็ดูหมิ่น หรือเหยียดหยามในสิ่งที่เรานับถือ แต่
2.เขายังไม่ได้ทำถึงขั้นดูหมิ่นศาสนาพุทธ หรือทำลายศาสนาพุทธ เพราะพระพุทธรูป มิใช่หัวใจของศาสนาพุทธ หรือมิใช่แก่นแท้ของศาสนาพุทธ พระรัตนตรัยต่างหาก ที่เป็นดวงแก้วแก่นแท้ของศาสนาพุทธ 3 ประการ ที่พุทธศาสนิกชนควรเคารพบูชา ได้แก่ 1. พระพุทธ (หมายถึงองค์พระส้มมาสัมพุทธเจ้า พระศาสดาของเรา ที่ประกาศพระศาสนาพุทธขึ้นในโลกนี้) 2. พระธรรม คือคำสั่งสอนขององค์พระสัมมาพระพุทธเจ้า และ 3. พระสงฆ์ คือพระผู้ปฎิบัติดี ปฎิบัติชอบตามคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ และได้สำเร็จโสดาบัน หรืออรหันต์ไปแล้ว มิใช่หมายถึงพระสงฆ์ที่ห่มเหลืองธรรมดา ๆ
3. สังเกตุไหมว่า ไม่มีตำรา หรือพระคัมภีร์ศาสนาพุทธ หรือพระไตรปิฎกฉบับไหน สอนให้คนกราบไหว้บูชาพระพุทธรูป ย้ำอีกที ไม่มีเลยจริงๆ
4. เราไหว้พระพุทธรูป เพราะเราเข้าใจเอาว่าเป็นการไหว้พระพุทธเจ้า และจะเข้าถึงศาสนาพุทธ ซึ่งความจริงไม่ใช่ พระพุทธเจ้าท่านเคยตรัสมาแล้วว่า คนพุทธ ต้องปฎิบัติบูชา จึงจะได้ชื่อว่าเป็นคนพุทธ มิใช่เพียงทำแต่การสักการะบูชาด้วยการยกมือไหว้ ปิดทอง หรือเอาดอกไม้มาวางหน้าพระพุทธองค์ แต่จิตใจยังสกปรก อย่างนี้ยังไม่ใช่คนพุทธจริง
5.ขอบอกว่า คนที่มาให้ความเห็นในเวบนี้ บางท่านเป็นพุทธแต่ปาก เพราะคนพุทธจริง เขาไม่ด่าทอ ไม่อาฆาตมาดร้ายต่อผู้อื่น ไม่จำเป็นต้องเอาศาสนาอื่นเขามาด่าอย่างเสียหาย ไม่จำเป็นถึงขนาดต้องไปโยงด่าคนชาติโน้น ชาตินี้ แต่นี่ ที่โพสท์มาส่วนมาก ยังไร้สติ ขาดการพิจนิจพิจารณา อย่างนี้ไปอ้างว่าเป็นคนพุทธไม่ได้ จะทำให้ศาสนาพุทธหมอง
6.คนพุทธแท้ ต้องเป็นคนมีศีล มีธรรม แค่รักษาศีล 8 หรือ10 ข้อได้ ก็พอจะเป็นพุทธที่ดีได้แล้ว การไปด่าผู้อื่นกวาดดะไปหมดอย่างนี้ไม่ใช่ลักษณะคนพุทธ

เสียงที่ 67

ผมเองละก็เป็นหนึ่งคนที่ไม่ใช่ชาวพุทธที่ดีสักเท่าใดนัก ไม่ได้ทำบุญนานแล้ว ไม่ได้ถือศีลห้า (แต่ก็ทำได้หลายข้อ)

แต่เพราะอะไรละ พอเห็นโปสเตอร์หนังเรื่องนี้ แล้วมันมีอารมณ์ที่ย่ำแย่มาก ๆ (โกรธ โมโห ฯลฯ ) เพราะผมนับถือพุทธศาสนาครับ ผมขอย้ำ ว่าผมนับถือจริง ๆ นับถือกันมาตั้งแต่โคตรเหง้าเท่าที่ผมพอจะทราบได้

วันนี้ ที่บ้านผม ยังมีหิ้งพระอยู่บนหัว ได้ไหว้บ้าง ไม่ได้ไหว้บ้าง แต่ก็นับถือแน่นอน 100 %

การที่คุณบอกว่า ศาสนาเราจริง ๆ แล้วไม่ได้สอนให้นับถือพระพุทธรูป อันนั้นผมไม่รู้ครับว่าจริงเท็จอย่างไร แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า พระพุทธรูป หรือ พระเครื่อง พระห้อยคอ ใด ๆ ก็แล้วแต่ ล้วนแล้วแต่แทน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เราเรียกว่า พระ

ดังนั้นแล้ว การที่ฝรั่งคนนี้ นั่งบนหัวพระพุทธรูป ก็ไม่ผิดกับ เป็นการนั่งบนหัวของตัวแทนของศาสนาแต่อย่างใดครับ มันความหมายเดียวกันชัด ๆ

โดยความจริงแล้ว ชาวพุทธควรจะใช้หลักที่ว่า โกรธคือโง่ โมโหคือบ้า แต่ผมยังตัดกิเลสได้ไม่หมด ผมยอมรับ ผมเป็น ปุถุชนคนธรรมดา แต่ในใจก็มีสิ่งยึดเหนี่ยวอยู่ครับ ผมทนไม่ได้จริง ๆ ที่ศาสนาพุทธของเรา ไม่เคยโจมตีใคร ไม่เคยเบียดเบียนใคร ไม่เคยชวนใครเข้าพวก ไม่เคยพูดจาหว่านล้อมให้คนอื่นเชื่อ มีแต่จะสอนสิ่งดีงามให้ กลับดูถูกเหยียดหยามแบบนี้

ไม่ว่าจะเป็น รูปถ่าย หรือ องค์พระประทานจริง ๆ หรือ สิ่งตีพิมพ์ใด ๆ ก็แล้วแต่ หากว่าเรานับถือแล้ว นั่นคือสิ่งที่ถือว่าศักดิ์สิทธิ์ครับ !!!!!!!!

เสียงที่ 68

อย่าไปโกรธ ไปเคืองเขาเลย ถ้าเราเข้าใจธรรมะ เราจะเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นและสงบจิต สงบใจได้ เราจงยึดธรรมะเป็นเครื่องน้อมนำให้เราคิดดี ทำดี เป็นคนดี อย่าไปใส่ใจกับเรื่องนี้ให้มาก ศาสนาพุทธไม่ได้สอนให้คนก้าวร้าว แต่สอนให้คนมีจิตเมตตา อย่าไปด่า อย่าไปว่าเขา เราควรจะแผ่เมตตาให้เขา ทำบุญให้เขา เขาทำไม่ดี ซักวันผลกรรมจะตามทัน ไม่ว่าเขาคนนั้นจะนับถือศาสนาใดก็ตาม เขาย่อมหลีกหนีผลกรรมที่เกิดจากการกระทำของเขาไปไม่พ้น ในสักวันไม่ช้าก็เร็ว การที่เราไปผูกพยาบาท จะทำให้เราไม่เป็นสุข จิตใจจะหม่นหมอง เราว่าเขาไป เขาก็ไม่ได้มารับรู้กับเรา เราควรปล่อยวาง การปล่อยวางแบบนี้ ไม่ใช่ปล่อยวางแบบควาย ๆ แต่เป็นการปล่อยวางที่ควรทำ เพราะเราไม่สามารถทำอะไรเขาได้ เราไม่ได้มีบทบาทในเรื่องนี้โดยตรง สิ่งที่เราจะสามารถทำให้แก่ศาสนาของเราได้ก็คือ การประพฤติตนให้เป็นพุทธศาสนิกชนที่ดี เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว ถึงแม้สิ่งต่าง ๆ ในโลกจะเปลี่ยนไป แต่หลักคำสอนยังคงเดิม สาธุ

เสียงที่ 69

พอเถอะพวกที่พยายามเข้ามาสอนให้คนสงบน่ะ ถ้าคุณไม่รู้สึกจะมาเข้าใจคนที่เขารู้สึกได้ยังไง ถ้าปล่อยวางจริงก็ควรจะรู้ว่าโพสต์ในกระทู้ที่ลุกเป็นไฟแบบนี้มันไม่เกิดผลหรอก ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาด้วย และเชื่อว่าในชีวิตจริงก็ยังทำกันไม่ได้ ไอ้ปลงเรื่องรูปลักษณ์น่ะ หนอยหาเมียจะเอาสวย ซะงั้นน่ะ เรื่องศาสนาช่างแมร่.งใช่ป่ะ เข้าใจคิดแบบเข้าข้างตัวเองดีเนอะ เค้าให้ปลงในเรื่องที่ควรปลง ปลงได้หมดก็บรรลุแล้ว แล้วไม่ต้องยกเหตุผลมามากมายว่าการออกมาพูดเรื่องนี้จะทำให้ศีลธรรมอันใดมันตกตํ่า ที่ตกตํ่าคือพวกที่คิดแต่เรื่องตัวเองมากกว่าพอเรื่องสังคมก็ไม่สนใจ ไม่เอา แล้วมาอ้างว่าปลง ไม่มีที่จะคิดหรอกว่ามันมีผลกระทบอะไรตามมาบ้าง อ้างแต่หลักธรรม แบบนี้เค้าเรียกว่า สักแต่รับรู้มา ไม่คิดตาม..ผิดคำสอนมั้ยเนี่ย ประเด็นมันมีอยู่แค่ว่า ไม่ว่าคุณจะมีแนวคิดส่วนตัวแบบไหนก็ตาม ดูรูปนี้ แล้วตอบจากใจ ว่าสมควรหรือเปล่า ถ้าไม่สมควร แต่บอกว่าทำเฉยๆไปดีกว่า คุณก็ไม่มีจิตสำนึกต่อส่วนรวมสักนิด คิดหน่อย อย่าดีแต่พูด อ้างหลักการ คนเราน่าจะมีหน้าที่ต่อศาสนาในทุกทางนะ ทั้งทางวัตถุหรือจิตใจ เพราะวัตถุก็คือศูนย์รวมจิตใจ ไม่ต่างจากพระคัมภีร์ แต่มองก็สามารถตระหนักถึงความศักดิ์สิทธิ์ ตระหนักหลักธรรม รู้สึกยำเกรง ศาสนาใดบ้างไม่มีของพวกนี้ คิดว่าจะอยู่ได้นานหรือ หรือถ้าคุณเข้าไปในโบสถ์คนเดียวแล้วเฉยๆ แก้ผ้าวิ่งไปวิ่งมาต่อหน้าพระประทานหรือไง นี่แค่เปรียบเทียบนะ ว่ามันไม่รู้สึกอะไรเลย จริงๆหรอ ถึงจะเป็นแค่รูปเคารพ แต่ ควร-ไม่ควรน่ะ รู้จักไหม

เสียงที่ 70

ไม่รู้ว่าจะเรียกพวกนี้ว่าอย่างไรดี หน้าโง (ไม่ใช่หน้าโง่ นะ) ดีไหม เพราะตกป็นเหยื่อการ โปรโมท หนังของฮอลลีวู๊ด( promote แปลว่าส่งเสริม โฆษณา สนับสนุน) เฮ้อ เหนื่อยใจ ต้องมาแปลให้ฟังอีก เขา พวกฮอลลีวู๊ด รู้อยู่แล้วคนพุทธไทย(พวกจอมปลอม)จะเป็นจะตายกับการเห็นภาพพระพุทธรูปถูกคนมาขี่คอ (มีฝรั่งมาขี่คอพระพุทธรูปมากมายแล้วถูกคนไทยประท้วง) เขา พวกฮอลลีวู๊ด ทั้งๆ ที่รู้ จับเอาหัวใจตรงนี้มาโปรโมทหนัง ให้มันดังไงล่ะ คนจะสนใจมาดูเยอะ ๆ แล้วมันก็ขอโทษทีหลัง ทีนี้ไอ้พวกคนพุทธแต่ปากที่ไม่รู้เรื่องศาสนาพุทธจริงก็ไชโยกันใหญ่ เอ้า ไชโยล่วงหน้า สำหรับพวกคนโง ( ไ ไม่ใช่ โง่ นะ )  น่าเบื่อ ที่รู้ไม่ทันเขา

เสียงที่ 71

ALL(or most) OF YOU GUYS IS CRAZY !!

To come to post and dispute about religion here!!..
Movie is movie!
Marketing is Marketing!
American is American,
Thai is Thai.

Don't be too Religionism like Islamic!!

Just Stop it and let it goes!!..

Sometimes hollywood movies are making fun of chirstian too..

เสียงที่ 72

CAN YOU GUYS JUST STOP!..

MOVIE COMES AND GOES!..

DON'T MAKE IT AS A BIG DEAL...

DON'T BE LIKE TO RELIGIONISM LIKE ISLAMIC

DON'T BE NON SENCE TO SAY ALL OF AMERICAN IS BAD, SOME AMERICAN ARE NICE TOO SAME AS EVERY WHERE IN THE WORLD

DON'T BE NON SENCE TO POST IT FOR YOUR EMOTION

ARE YOU REAL BUDHIST OR JUST GET EMOTION WHEN PEOPLE SAID 'HATE' , THEN U THINK TOO

เสียงที่ 73

ใครเคยดูหนังเรื่อง little princess (ย้ำว่าไม่ใช่ little prince) ในเรื่องเกี่ยวกับเด็กผู้หญิงมีชีวิตอยู่แถบอินเดียหรือประเทศแขกนี่แหละ (แต่เป็นชาวต่างชาติ ไม่แน่ใจว่าฝรั่งเศสหรือ อังกฤษ) และเด็กๆ ซึ่งมีทั้งเด็กหญิงคนนี้ และเพื่อน พวกเขาใช้เศียรพระ ซึ่งใหญ่มากนี้(คล้ายๆ ว่า ถูกตัดทิ้งขว้าง หมิ่นๆ จมนิดๆ ในสระน้ำ)เป็นของเล่น โดยใช้เล่นประหนึ่ง slider ที่อยู่ตามสระหรือสวนน้ำเลย นั่งslide ตั้งแต่กลางศีรษะ จนหล่นลงน้ำ
ตอนที่ดูหลายปีมาแล้ว (ดูจาก VCD ซึ่งเนื้อหาแตกต่างจากหนังสือมาก เพราะที่อ่านจากหนังสือ ไม่เห็นมีฉากบรรยายทำนองอย่างที่บอกแบบนี้เลย) ยังนึกเลยว่า บ้านเราน่าจะเอาเรื่องคนทำได้บ้าง แต่ก็ไม่เห็นเกิดเรื่องอะไรเลย

เสียงที่ 74

คนไทยเคารพบูชายกยอพวกตะวันตกโดยเฉพาะไอ้กันมิใช่หรือ?
เห็นภาพนี้แล้วรู้สึกอย่างไรละ.... ไอ้คนพวกนี้มันทำกับศาสนาอื่นมากกว่านี้อีกจะบอกให้
ขอให้ตระหนักให้ดีนะครับว่าไอ้กันกับพวกตะวันตกมันเป็นอย่างไร

เสียงที่ 75

การวางอุเบกขา หรือการวางเฉยนั้น ต้องวางอย่างฉลาด มีสติปัญญา รู้ควรไม่ควร โดยสันติวิธี และมีเมตตาค่ะ

หน้าที่ของพุทธศาสนิกชนที่ดีนั้นต้องรักษาและจรรโลงพระพุทธศาสนาให้คงอยู่ด้วย

ถ้าหากเราเฉยกันไม่แสดงท่าทีใด ๆ ต่อกรณีนี้เลย นอกจากจะไม่ช่วยเผยแผ่แล้ว ก็ไม่รักษาพระศาสนาเอาไว้ด้วย

เราชาวพุทธต้องช่วยกันค่ะ ช่วยกันชี้ให้คนศาสนาอื่นเห็นทางที่ถูกที่ควร ไม่ใช่ว่าถือสิทธิเสรีในการแสดงออกจนเกินขอบเขตความพอดีพองามแบบนี้

ขอย้ำว่าชาวพุทธเราจะแสดงออกด้วยสันติวิธี และด้วยความเมตตา ไม่ใช้โทสะ

พระพุทธรูปคือตัวแทนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าค่ะ หาใช่แค่พระ หรือวัตถุธรรมดาไม่

เวลาเรากราบ เรากราบพระพุทธเจ้าค่ะ ไม่ใช่กราบวัตถุ

ขอให้ชาวพุทธทั้งหลายร่วมกันแสดงความเห็นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่ไม่ถูกไม่ควรของพวกฝรั่งที่กระทำกับพระพุทธศาสนาของเรา ด้วยสันติวิธี หากฝรั่งมันยังดื้อด้านไม่รู้ไม่ชี้ ก็ขอให้ใช้การฆ่าทางพระพุทธศาสนา นั่นคือการไม่สนใจ ไม่ติดต่อด้วย ไม่สนับสนุนผลงานของพวกฝรั่งในตมเหล่านี้

เสียงที่ 76

ผมเห็นว่าเรื่องนี้ก็ควรที่จะชี้แจงให้เขาเข้าใจกับวัฒนธรรมของเรา แต่ในความเป็นจริงคนเราก็ควรที่จะให้ความสำคัญกับหลักธรรม!!เหนือสิ่งอารมณ์ที่ไม่เหมาะสมที่แสดงออกมาต่อกรณีนี้ว่าเมืองเราเป็นเมืองที่เจริญแล้ว ผมเข้าใจครับ
และที่สำคัญผมในฐานะคริสเตียนคนหนึ่งเห็นว่าพี่น้องชาวพุทธก็อย่าได้ไปพาดพิงถึงพระเจ้า หรือพระเยซู เลยนะครับ มันไม่เกี่ยวกัน ได้อ่านแล้วรู้สึกเสียใจเหมือนกัน เพราะว่าการที่เราพาดพิงไม่ถูกจุดไปพาดพิงถึงพระเจ้า-พระเยซูนั้นเราก็ต้องรับผิดชอบในความบาปผิดเหมือนกันนะครับ ด้วยความเห็นใจและหวังดีครับ

เสียงที่ 77

พวกคุณจะถกเถียงกันไปทำไมแล้วเขียนด่าคนไทยกันเองทำไมคุณไม่ใช่คนไทยหรือคะมีสามัญสำนึกกันบ้างหรือเปล่าหรือเค้าให้แสดงความคิดเห็นก็แสดงมาไม่ใช้สมอง ศาสนาเป็นเรื่องละเอียดอ่อน การที่ผู้สร้างหนังนำเรื่องศาสนาอื่นไปเขียนก็น่าจะศึกษาและให้เกียรติกับศาสนานั้นๆไม่ใช่เห็นแต่ผลประโยชน์ และเราชาวพุทธเองก็รู้สึกไม่ดี และเราชาวพุทธเองก็ไม่เคยไปทำร้ายหรือดูหมิ่นศาสนาอื่นเค้า พวกที่อ้างตัวเองว่าเป็นคนมีจริยธรรมมีวัฒนธรรมอันดีงามกว่าประเทศกำลังพัฒนาเค้าทำกันอย่างนี้เหรอ และสำหรับคนที่ไม่มีความคิดที่ไปในทางที่ดีก็ขอร้องอย่าทำอะไรที่ทำให้สังคมไทยทุเรศมากไปกว่านี้เลย

เสียงที่ 78

เราเป็นคนพุทธโดยแท้ เราอาจจะยังปลงได้ไม่หมด แต่เราก็ถือว่าเราปลงได้ในระดับหนึ่งแล้ว เราเคยโกรธ เคยโมโหกับการกระทำของกลุ่มคนเหล่านี้ เคยคิดว่าจะต้องออกมาปกป้องพุทธศาสนา ต้องมาร้องแร่แห่กระเชอกับการกระทำเหยียดหยามพระพุทธศาสนาของคนกลุ่มนี้

แต่คิดว่าทำอะไรไปเขาก็ได้แต่รับรู้ และแก้ไขแต่พอให้ถูกใจเรา แต่เขาไม่ได้มีความเข้าใจในพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง ต่อให้อธิบายอย่างไรเขาก็ไม่เข้าใจ ถึงเข้าใจก็ไม่หมด เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะทำได้ดีที่สุดคือ ทำใจให้สงบ และปล่อยวาง

และการตีโพยตีพาย กล่าวร้ายไปถึงศาสนาอื่น เป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำ "เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร" เราว่าเขาแล้ว เราก็อย่าได้กระทำแบบเดียวกับเขา เขาทำไม่ดี ก็ไม่ต้องคิดจะทำตามเขา เขาแปดเปื้อนแล้ว เราก็ไม่ควรจะไปร่วมวงกับเขาด้วย แปลกน่ะคนสร้างหนังเขาเอาขี้ยื่นมาให้ก็ยังอุตส่าห์จะรับขี้ของเขาอีก พอเขายื่นมาเรารับ และรู้ว่าเป็นขี้รู้สึกโมโห ก็ยื่นขี้กลับไปให้เขา ยื่นกันไปยื่นกันมา ไม่จบสิ้น มันก็กลายเป็นว่าเหม็นกันหมดจากที่เหม็นอยู่แล้วก็เหม็นหนักกว่าเดิม ตรงกันข้ามถ้าเขายื่นขี้ให้เรา เราไม่รับ เราปล่อยซะและล้างมือ เราก็ไม่เหม็นไมสกปรก เขาซะอีกจะกลายเป็นคนเหม็นซะเอง ขี้จะอยู่กับเขาไม่ใช่เรา เข้าใจไหม

ก็ไม่รู้ว่าเราอธิบายไปจะมีใครเข้าใจไหม ยังไงก็แล้วแต่ละกัน แต่ละคนมีความคิด มีปัญญาเหมือน ๆ กับเรา แล้วแต่ใครจะใช้สติ คิดตึกตรองให้ดี การเป็น "ชาวพุทธที่ดี" ไม่ใช่แค่การออกมาปกป้องโดยการ "กล่าววาจาไม่สุภาพ ดุด่าเขา แต่ควรจะทำในสิ่งที่ดี ไม่ทำให้เกิดความบาดหมาง ไม่ควรใช้อารมณ์ในการแก้ปัญหา ควรใช้สติและปัญญามาตัดสินถึงจะถูก

เสียงที่ 79

ผมว่าความโกรธทำให้มีพลังที่จะต่อสู้ แก้ไข และค้นหาความจริง นะครับ ถ้ารู้จักใช้

ความโกรธนี่แหละครับที่ทำให้เราเข้าถึงธรรมะมากขึ้น ถ้าเรารู้ว่าเราโกรธ และรู้ต่อไปว่าความโกรธคือไฟจะนำผลที่ไม่ดีมาให้เราต้องรีบดับ ในกรณีของหนังเรื่องนี้เข่นเดียวกันครับ เรียกว่าผู้กำกับหนังมันจุดไฟเผาเรา ไฟมันลุกขึ้นมาแล้ว ละเรารู้ว่าไฟมันจะเผาบ้านที่เรารัก และมันจะลามมาหาตัวเองไหม้เรา เราจะปล่อยให้มันไหม้เหมือนความโกรธที่ไหม้เราหรือครับ

มีผู้รู้ยกตัวอย่างสมัยพระพุทธเจ้ายังมีชีวิตอยู่ พระสารีบุตรได้ยินสาวกของฮินดูทะเลาะกันเรื่องคำสอนของอาจารย์และแบ่งแยกกันตามความเชื่อของตัวเอง ท่านถึงกับรวบรวมคำสอนเป็นหมวดหมู่เป็นครั้งแรก พุทธเจ้าทรงรับรองว่าถูกต้อง ต่อมาพระพุทธเจ้าท่านสวรรคตแค่ 7 วัน พระมหากัสสปะ ซึ่งเป็นพระอยู่แต่ในป่าไม่พูดกับใครมาก สันโดษ เมื่อได้ทราบข่าวการสวรรคตท่านก็ปลง ลูกศิษย์ที่เป็นปุถุชนต่างร่ำไห้เสียใจ มีลูกศิษย์คนหนึ่งปากโป้งโพล่งปากออกไปว่า พระพุทธเจ้าท่านสวรรคตก็ดีแล้ว จะได้ไม่มีใครมีคอยสอนคอยเตือนเราอีก คำพูดแค่นี้ท่านพระมหากัสสปะ นำไปเป็นเหตุในการทำสังคายนาครั้งแรก หลังจากพระพุทธเจ้าสวรรคต 3 เดือน รวบรวมธรรมะคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหมดเป็นหมวดหมู่ เรียกว่าพระไตรปิฏกมาถึงทุกวันนี้ คำถามคือ ถ้าพระสารีบุตรหรือพระมหากัสสปะท่านปล่อยวางว่าเดี๋ยวลูกศิษย์มันหยุดพูดไปเอง ปฏิบัติธรรมของเราดีกว่า คิดดูนะครับว่า หลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าจะสืบต่อมาถึงยุคปัจจุบันไหม? อีกเรื่องหนึ่งหลวงพ่อชาท่านถามลูกศิษย์ที่เป็นพระฝรั่งที่ปฏิบัติธรรมในกุฏิ หน้าฝน ฝนตกลงมาหลังคารั่ว ว่า ทำไมท่านไม่ซ่อมหลังคา ลูกศิษย์ตอบว่า ผมปล่อยวางครับ ท่านสอนลูกศิษย์ว่า ท่านปล่อยวางก็จริง แต่เป็นการปล่อยวางแบบควาย มีปํญหาเกิดขึ้นต้องใช้ปัญญาแก้ไขก่อน แก้ไขให้สำเร็จก่อนแล้วจึงปล่อยวาง ทำหน้าที่ของตนเองต่อไป

เรื่องการสร้างพระพุทธรูปที่เป็นวัตถุนี้ก็เช่นกัน จริงอยู่พระพุทธเจ้าไม่ให้สร้างพระพุทธรูป พระองค์เห็นว่าเกรงคนจะไปติดในรูปมากกว่าหลักธรรม แต่ในสมัยนั้นยังไม่มีช่างสร้างพระพุทธรูปที่มีฝืมือดีพอ พระองค์แนะนำให้เอาใบหรือกิ่งโพธิต้นตรัสรู้ที่ล่วงหล่นมาเป็นวัตถุให้ระลึกถึงได้ และตรัสว่า นอกจากต้นโพธิแล้ว เครื่องใช้สอย หรือพระธาตุ หรือพระเจดีย์บรรจุสิ่งของก็เป็นวัตถุที่ทำให้ระลึกถึงความดีงามของพระองค์และมีกำลังใจปฏิบัติธรรมได้ ต้องย้ำว่าวัตถุก็เป็นอุปกรณ์การสอนที่ทำให้เกิดความปิติระลึกถึงและมีความพยายามปฏิบัติธรรม อีกเรื่องหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่าพระพุทธนำเอาวัตถุเป็นอุปกรณ์การสอน คือ ก่อนสวรรคตตรัสว่า สังเวชสถาน 4 แห่ง คือสถานที่เกิด ที่รู้ธรรม ที่แสดงธรรมครั้งแรก และที่สวรรคต เป็นสถานที่ควรไปดูให้เห็นจริง นี่ก็เป็นเรื่องวัตถุเป็นเรื่องสถานที่ไม่ใช่หลักธรรม ท่านสอนให้ไปสถานที่ทั้ง 4 แห่งทำไม

ฉะนั้นเรื่องของวัตถุนี่ก็เป็นเรื่องสำคัญ พระพุทธรูปเราเคารพ หินดำที่ซาอุชาวมุสลิมเคารพ แม่น้ำคงคาชาวอินดูเคารพ วิหารทองคำรัฐเมืองอมริสารัฐปัญจาป ชาวซิกเคารพ กรุงเยรูซาเลมและไม้กางเขนชาวคริสต์เคารพ สิ่งที่เป็นของเคารพของคนอื่นเราควรให้เกียรติหรือควรทำอะไรก็ได้ตามที่อยากทำเพื่อหวังเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง ง่ายๆ คนที่ไม่รู้จักเรา มาลูบหัวเราเล่นหรือแค่จับ คนไทยเราจะตอบแทนคนนั้นอย่างไร?

ความเข้าใจคุณยังแคบมากกับคำถามและคำตอบที่ว่า

ถึงตอนนี้เข้าใจแล้วใช่ไหมว่าทำไม ถึงมีคน
๑ สนับสนุนสงครามบุกอิรัก
๒ ยอมระเิบิดสังเวยพลีชีพ
๓ ยิวแย่งดินแดนปาเลสไตน์
ฯลฯ

ทุกคนล้วนจมปลักอยู่ในความยึดมั่นถือมั่น ตายไปแล้วก็ลงดินด้วยกันทุกคน
ดิน หิน ทราย

มันเป็นเรื่องซับซ้อนและละเอียดมาก กว่าจะตัดสินหาคำตอบง่ายๆ แค่ ยึดมั่นถือมั่น
คุณคงไม่ต่างอะไรกับศิษย์หลวงพ่อชาที่เห็นหลั่งคารั่วแล้วนั่งมองเฉย
คุณควรศึกษาประวัติศาสตร์ชนชาตินั้นๆ นิสัยส่วนรวมของคนในชาติ ขนบธรรมเนียมและประเพณี
ตัวอย่างเช่นประเทศอเมริกา เขาเพิ่งไปบุกเบิกประเทศไม่เกิน300 ปี ส่วนมากเป็นพวกเหลือเดนจากยุโรป ไปแย่งที่ของชาวอินเดียแดง แย่งชิงและฆ่าเจ้าของประเทศเดิมไปมากมาย เกือบจะไม่เหลือ เอาเขามาเป็นทาสรับให้ เป็นพวกวัตถุนิยม นิสัยชอบรุกราน นึกว่าชาติของตัวเองยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

สิ่งที่เขาทำกับชาวมุสลิม หรือชาวพุทธในขณะนี้ คือการรุกรานแบบฆ่าทำลายล้าง และฆ่าทางจิตใจ
ชาวมุสลิมเขาลุกขึ้นต่อต้านทุกรูปแบบ
ส่วนชาวพุทธ ไม่รู้จักสู้ ไม่รู้จักการรวมพลัง ไม่รู้จักนำหลักธรรมมาอธิบายให้ถูกกาลเวลาสถานที่ และยังปล่อยวางแบบควาย
นับเป็นอันตรายสำคัญอย่างยิ่งสำหรับชาวพุทธ

เสียงที่ 80

อยากให้ผู้สร้างนึกย้อนกลับว่าหากใครเหยียบย่ำบุคคล หรืออื่นใดก็ตามที่ท่านเคารพนับถือ ท่านจะรู้สึกอย่างไร ศาสนา และศาสดาของทุกศาสนา มิได้มีไว้เพื่อให้บุคคลใด ไม่ว่าจะเป็นชาติ ศาสนาเดียวกันหรือไม่มาแสดงกิริยา หรือพฤติกรรมอันเป็นการแสดงความไม่เคารพ ท่านคงทราบดีว่าความผิดใจในเรื่องของศาสนา และความเชื่อเป็นบ่อเกิดแห่งความขัดแย้งที่รุนแรงยิ่ง ความขัดแย้งในเรื่องศรัทธา มีผลรุนแรงกว่าความขัดแย้งเรื่องเชื้อชาติ หรือดินแดนหลายเท่านัก เหตุใดท่านจึงไม่ใช้สมองอันชาญฉลาดของท่าน คิดและไตร่ตรองให้ดีเสียก่อนที่จะตัดสินใจสร้างผลงานอันไม่สร้างสรรค์นี้ออกมา ดิฉันเชื่อว่า ชาวพุทธทุกผู้ทุกนาม ต้องการให้ท่านออกมาแสดงความรับผิดชอบในเรื่องนี้ค่ะ ช่วยออกมาแสดงความเป็นอารยชนของท่านให้ชาวโลกรับรู้ด้วย

เสียงที่ 81

ถึงเวลานี้ผมว่าชาวพุทธทุกท่านคงต้องตั้งสติระงับความโกรธแค้นในใจไว้ก่อน คนที่รับผิดชอบงานด้านพระพุทธศาสนาให้ดำเนินการชี้แจงไป แต่ที่สำคัญกว่านั้นผมว่าพระพุทธองค์ทรงชี้ลงที่ใจของชาวพุทธทุกคนให้ประพฤติปฎิบัติธรรมทุกวัน นับตั้งแต่การให้ทาน รักษาศีล และการภาวนา จิตใจของชาวพุทธที่มีธรรมในหัวใจตลอดเวลาและมีสติมั่นจัดได้ว่าเป็นการบำรุงพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง สิ่งภายนอกจะเลวทรามเพียงใดก็ตามก็ไม่อาจทำลายพุทธศาสนาในใจของเราได้เลย

เสียงที่ 82

จากภาพ และข้อความดังกล่าว ข้าพเจ้าได้เห็นแล้ว เป็นที่น่าสังเวชใจยิ่งนัก ถือเป็นการกระทำที่ดูหมิ่นต่อพระพุทธศาสนา และเป็นการดูหมิ่นต่อ พุทธศาสนิกชนที่เคารพนับถือพระพุทธศาสนาของเรา ขอชาวพุทธจงช่วยกันจรรโลงซึ่งความดีต่อพระพุทธศาสนาสืบต่อไป

เสียงที่ 81

Dear Creator of Ignorance movie
As I seen your movie poster, I would like to say that
you are very bad creator, producer, actors, actress,
editor. Before you created this movie, how often you
learning about the Buddha and how do you know in
detail of the Buddhist. You present vilely idea and
your inborn to the people, how can you do it. Why are
you not ashamed? You make money on faith of Buddhist.

I believe that every religion and every country they
would like to have the good personality for all
people.
Please understand that you are not the one in the
world, before you do something you must check in you
brain. 

Dear All Buddhist

If we want to see the correctitude, we must dare to
be good personality, strong enough for fighting with
the devil.
Something we can ignore but something cannot for us.

I want to see some action from our government or
movie associate for this case.
 

เสียงที่ 82

ผมขอแสดงความคิดเห็นอย่างนี้ครับว่า การกระทำนี้เป็นสิ่งไม่เหมาะสมอย่างยิ่งเลยครับ  ไม่ว่าท่านจะนับถือศาสนาใด ๆ ก็ตามหรือท่านจะไม่นับถือศาสนาอะไรเลยแต่สิ่งสิ่งที่แสดงออกมานั้น แสดงให้เห็นว่าเขาผู้นี้มีความเรื่องของศาสนาที่เขากำลังจะถ่ายทอดเป็นเรื่องไม่ดีพอ อยากเสนอนะครับว่าถ้าเราไม่มีความรู้ในเรื่องนั้นที่เราจะถ่ายทอดออกไป ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะทำในเรื่องนั้น ๆ  เขาอาจจะเก่งในเรื่องของการทำภาพยนตร์ แต่เรื่องของข้อมูลนั้นเขาได้เรื่องนั้นเลย ผมก็เป็นคนหนึ่งที่นับถือศาสนาคริสต์

ผมคิดว่ามันไม่ใช่ว่าใครนับถือศาสนาอะไร......แต่ผมคิดว่าทุกศาสนาสอนให้ทุกคนเป็นคนดี ผมไม่คิดที่จะดูถูกศาสนาใด.....และผมคิดว่าเขาน่าจะขอโทษชาวพุทธสาสนิกชนในเรื่องที่เขาทำไป และศึกษาข้อมูลในศาสนาพุทธให้ดีพอก่อนที่จะนำมาถ่ายทอดให้กับชาวโลกได้รับรู้

เสียงที่ 83

Dear Editer,

I am Sisira Kumara at Anuradhapura in Sri Lankan. I am a buddhist and my
parents too.

Stupid Philippe Caland is destroying, unrespecting and insulting to the
religion of Buddhisum. Who was sitting on the Buddha's head is unacceptable.
Eventhough it was produced through image not acceptable. All buddhist
organizations in Sri Lanka opposed to this film and showed their anger to
ban this film before on Screen.

Stuppid Philippe who wants making popularity of this film..it should be used
different image instead of sittings Buddha's head. He is a
misnary..valgur..idiot. He will get punished by god before Screeing the film
on 24th September 2004.

I to be thanked to the editer of this web site..creating such a web site is
possibling to make comment for internation buddhist people

thank you.
your true buddhist
Sisira Kumara

กลับไปหน้าแรก

 

 


Copyright  1979-2007  Thai Buddhist Center of Minnesota, All rights reserved
วัดไทย มินีโซต้า เมืองเอล รีเวอร์  มลรัฐมินีโซต้า   สหรัฐอเมริกา
10863  208th Ave. NW, Elk River, MN  55330-8702  Tel. 763-241-0710
ผู้รับผิดชอบ : พระมหาไพสิทธิ์  ธัมมรโส E-mail  :  phaisit9@hotmail.com