ย้อนกลับสารบัญ

หน้าที่  1  /  2  /  3  /  4  /  5

รายงานการประชุมสภาศาสนาโลก ครั้งที่ ๔
ระหว่างวันที่ ๗
–๑๓ กรกฎาคม ๒๕๔๗
The Parliament of the World’s Religions,
Barcelona, Spain ๒๐๐๔
รายละเอียดเพิ่มเติม (คลิกที่นี่)
รายงานโดย
พระมหาถนัด อตถจารี
Ph.D. วัดไทยกรุงวอชิงตัน,ดี.ซี.
ศาสนิกสัมพันธ์ สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพใหญ่

ประวัติความเป็นมา

          การประชุมสภาศาสนาโลก ครั้งแรกจัดประชุมเมื่อปี ค.. ๑๘๙๓ ที่สถาบันศิลปะ ในนครชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ในการประชุมครั้งนั้นนับว่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์วงการศาสนา ที่ทำให้นักการศาสนาทางตะวันตกและตะวันออกได้มาพบกัน ทุกคนต่างมีความเชื่อและความคิดเห็นตามแนวปฏิบัติของตนเอง บางพวกก็มีความเชื่อและศรัทธาต่อพระผู้เป็นเจ้า บางพวกมีความเชื่อและศรัทธาในสติปัญญาของมนุษย์ ต่างได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน แต่ทุกคนที่มาประชุมกันต่างก็มีจุดมุ่งหมายอันเดียวกันคือการเข้าถึงความสุขความสงบภายในและแผ่กระจายให้เกิดสันติสุขแก่ชาวโลกด้วย                                                                                          
          ในการประชุมครั้งนั้นทำให้ชาวตะวันตกได้รู้จักพระพุทธศาสนาอย่างเป็นทางการ เมื่อท่านอนาคาริกธรรมปาละ นักปฏิบัติธรรมและนักเผยแผ่พระพุทธศาสนา ชาวศรีลังกาได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในท่ามกลางนักการศาสนาทั่วโลก ในที่ประชุมใหญ่ครั้งนั้น ทำให้เขาได้รู้จักพระพุทธศาสนาและคำสอนของพระพุทธเจ้าได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนั้นก็ยังมีพระภิกษุในพระพุทธศาสนานิกายเซ็น ชาวญี่ปุ่น ได้กล่าวสุนทรพจน์และสอนธรรมะทำให้ชาวตะวันตกหันมาสนใจพระพุทธศาสนามากขึ้น นับแต่นั้นมาพระพุทธศานาฝ่ายมหายานก็เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นเรื่อยๆและฝ่ายเถรวาทก็เจริญขึ้นตามลำดับโดยเฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกา

          นับจากนั้นมาอีก ๑๐๐ ปี คือในปี ค.. ๑๙๙๓ ทางองค์การสภาศาสนาโลก ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ นครชิคาโก ได้จัดให้มีการประชุมใหญ่ขึ้นอีกครั้งหนึ่งเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ ๑๐๐ ปีแห่งการประชุมสภาศาสนาโลกครั้งแรกเมื่อปี ๑๘๙๓ ในการประชุมครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากผู้นำศาสนาต่าง ๆ ทั่วโลก เช่น ศาสนาพุทธ ทั้ง ๒ นิกาย คือ ฝ่ายมหายาน และฝ่ายเถรวาท ศาสนาคริสต์ มีเข้าร่วมมากกว่า ๑๐ นิกาย ศาสนาฮินดู ศาสนาอิสลาม ศาสนาซิกข์ ศาสนาเชน ศาสนายิว ศาสนาบาร์ไฮ นอกจากนี้ยังมีลัทธิ นิกายต่าง ๆ อีกมากมาย รวมทั้งองค์กรที่ทำงานเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน และองค์กรอิสระที่ทำงานเพื่อสังคม เป็นต้นก็ได้เข้าร่วมประชุมในครั้งนั้นเป็นจำนวนมาก

คลิกที่ถาพเพื่อชมภาพใหญ่

          ในการประชุมครั้งนี้ได้ผล และข้อสรุปหลายประการ กล่าวคือ ผู้นำทุกศาสนามีความเห็นไปในทางเดียวกัน คือทำอย่างไรที่จะทำให้โลกนี้ประสบความสุข ความสงบ ปราศจากสงคราม การล้างผลาญชีวิตซึ่งกันและกัน การเอารัดเอาเปรียบกันในสังคมซึ่งก่อให้เกิดปัญหา ด้านเศรษฐกิจ  ด้านการทหาร ด้านการเมือง และความขัดแย้งในเรื่องของศาสนาเอง ทำให้ผู้นำทางศาสนาและผู้รับผิดชอบต่อสังคม ได้ทบทวนบทบาทของแต่ละศาสนา และจริยธรรมสากลที่จะนำมาช่วยแก้ปัญหาของโลก ว่าจะนำเอาความดีของแต่ละศาสนาออกมาช่วยชาวโลกได้อย่างไร

คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพใหญ่

          ความเชื่อ และความคิด ของมนุษย์ เป็นเรื่องที่จะต้องนำมาพิจารณาทบทวนตามกระแสของโลก อย่างเช่นความเชื่อของคนส่วนมากที่ว่าในระหว่างปี ๑๙๙๙ ปี ๒๐๐๐ ความหายนะต่าง ๆ จะมาถึงโลกของเรา คนทั่วทุกมุมโลกเกิดความกลัว ความวิตกกังวล เกิดความไม่มั่นใจในชีวิตและทรัพย์สินของตนเอง ต้องแสวงหาที่พึ่งทั้งทางด้านร่างกาย และด้านจิตใจ ถ้าจะพูดไปแล้วมนุษย์เองเป็นทั้งผู้สร้างและผู้ทำลาย แต่ผู้ที่มีความเชื่อในลัทธิศาสนา ก็บอกว่าเป็นสิ่งดลบันดาลของพระผู้เป็นเจ้า ที่จะทำให้โลกมนุษย์เสื่อมหรือเจริญ ก็ได้

คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพใหญ่

          ถ้าแบ่งโลก (ประชากร) ออกเป็นยุคต่าง ๆ ก็จะได้ว่ายุคเริ่มแรกมนุษย์มีความกลัวต่อภัยธรรมชาติ จึงเกิดลัทธิการอ้อนวอนขอพรจากพระเจ้า และเกิดลัทธิบนบานศาลกล่าว เพราะมนุษย์ต้องการที่พึ่งทางใจ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในชีวิต จึงได้พัฒนาการมาเป็นลัทธิ และศาสนาตามลำดับ แต่ในขณะเดียวกันทรัพยากรธรรมชาติก็มีอยู่อย่างมากมาย การดิ้นรนแสวงหาก็ไม่มีการแข่งขันกันมาก มนุษย์อยู่กับธรรมชาติมีความร่มเย็นเป็นสุขตามอัตภาพ ไม่มีการยื้อแย่งแสวงหากันมาก แต่มีความกลัวภัยธรรมชาติ

คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพใหญ่

          ต่อมาเป็นยุคอุตสาหกรรม มนุษย์รู้จักผลิตเครื่องมือเครื่องใช้เป็นเครื่องทุ่นแรง การผลิตมากขึ้น ปัญหาต่าง ๆ ก็ตามมา โดยมีการแข่งขันกันมากขึ้น ทั้งด้านการทำงาน และการแสวงหาทรัพย์สมบัติ โดยไม่คำนึงถึงสภาพทางด้านจิตใจ มีการเอารัดเอาเปรียบ และแย่งชิงกันมาก จนทำให้เกิดสงครามโลก ทั้ง 2 ครั้งตามมา รวมทั้งสงครามล้างเผ่าพันธ์ุในส่วนต่าง ๆ ของโลกเพิ่มขึ้น และทวีความรุนแรงขึ้นตามลำดับ

คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพใหญ่

          ต่อมาเป็นยุคของวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี มนุษย์พยายามที่จะเอาชนะธรรมชาติให้ได้โดยการผลิตเครื่องมือ เครื่องใช้ต่าง ๆ ขึ้นมาเพื่อเอาชนะทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในโลกนี้ ก็ต้องยอมรับว่าสติปัญญาของมนุษย์นั้นสามารถที่จะประดิษฐ์คิดค้นสิ่งต่าง ๆ ขึ้นมาอำนวยความสะดวกให้แก่การดำเนินชีวิตของมนุษย์ได้ทุกอย่าง และนับวันก็จะมีแต่การค้นคว้าพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ แต่ความเจริญเหล่านั้นก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นตัวทำลายในขณะเดียวกัน เพราะเราต้องการความเจริญในเมืองก็ต้องมีการตัดไม้ทำลายป่า เพื่อปลูกสิ่งก่อสร้าง และเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อมในขณะเดียวกันด้วย ปัญหาต่าง ๆ ก็ตามมา เช่นปัญหาน้ำเสีย อากาศเป็นพิษ และภาวะฝนแล้ง ทรัพยากรธรรมชาติถูกทำลาย และทรัพยากรมนุษย์ก็ได้รับความลำบากตามมา ดังปรากฏให้เห็นเป็นปัญหาสังคมโลกปัจจุบันนี้.

คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพใหญ่

          ต่อจากยุควิทยาศาสตร์- เทคโนโลยี ก็เป็นยุคข่าวสารข้อมูล (Information Technology) การติดต่อข่าวสารเป็นไปอย่างรวดเร็วทันใจ ประหยัดเวลาในการติดต่อสื่อสาร และการเดินทาง เป็นยุคโลกไร้พรมแดน เพราะระบบการส่งข่าวสารข้อมูลเข้าไปได้ทุกหนทุกแห่งทั่วทุกมุมโลก ในยุคนี้ทำให้เกิดการไหลบ่าทางวัฒนธรรม ประชาชนทุกคนในโลกสามารถรับข้อมูลข่าวสารเท่ากันหมดทั้งด้านดี และไม่ดี ในโลกนี้ไม่มีความลับกันต่อไป โดยเฉพาะในระบบอินเตอร์เน็ต ซึ่งเข้ามามีบทบาทในการดำรงชีวิตของประชาชนในยุคปัจจุบัน

คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพใหญ่

          ในขณะที่โลกเจริญทางด้านวัตถุถึงขั้นสูงสุดเช่นนี้ ปัญหาทางด้านจิตใจของมนุษย์ก็มีมากขึ้นเป็นเงาตามตัว ปัญหาโลกขาดจริยธรรม ทำให้เกิดปัญหาในสังคมมากมาย โดยเฉพาะปัญหาวัยรุ่น เกิดความขัดแย้ง ความรุนแรงในสังคม ปัญหายาเสพติด ทำให้สังคมเสื่อมโทรมลงไปเรื่อยๆ ยุคย่างเข้าสู่สหัสวรรษใหม่ (New Millennium) ที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง บางคนก็มีความตื่นเต้นดีใจ บางคนก็มีความหวาดหวั่นพรั่นพรึงถึงความหายนะที่กำลังจะมาถึง และที่สำคัญคือทำให้ผู้นำทางศาสนา ผู้นำประเทศต่าง ๆ หันมาให้ความสนใจเรื่องของจริยธรรมและหลักธรรมทางศาสนา ที่จะช่วยให้โลกนี้พบกับสันติสุข (Peace) อย่างแท้จริง

คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพใหญ่

          หลังจากที่ประชุมครบรอบ ๑๐๐ ปี สภาศาสนาโลกเมื่อปี ๑๙๙๓ แล้ว คณะกรรมการสภาศานาโลกได้มีมติให้มีการประชุมกลุ่มผู้นำทางศาสนาและผู้นำทางด้านจิตใจ ( Assembly of Religious and Spiritual Leaders) สมาชิกผู้เข้าร่วมประชุมครั้งนั้นได้สร้างความสำคัญที่มีเกียรติและ สัญลักษณ์ ที่มีพลัง ต่อเหตุการณ์นอกจากนี้ผู้นำทางศาสนาและผู้นำทางจิตใจ ต่างก็ได้ให้ความรู้ในที่ประชุมสภา ด้วยการเสนอแนวความคิดที่ลึกซึ้ง ท้าทาย และเป็นแรงบันดาลใจ ที่สำคัญให้จัดประชุม Parliament of the World Religions ของปี ค.. ๑๙๙๙ ที่เมืองเคปทาวน์ (Cape Town) ประเทศแอฟริกาใต้ ซึ่งสาระสำคัญของการประชุมคือ Call to Our Guiding Institutions ซึ่งเป็นขั้นต่อไปในกระบวนการที่เริ่มจาก Global Ethic ในปี ค.. ๑๙๙๓

คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพใหญ่

หน่วยงานที่รับผิดชอบในการจัดประชุมนี้มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า The Council for a Parliament of World’s Religions ซึ่งพอจะถอดความเป็นภาษาไทยได้ว่า องค์กรสมัชชาศาสนาโลก แต่เวลาจัดประชุม ครั้งนี้ ผู้เข้าประชุมส่วนใหญ่จะเรียกสั้นๆว่า การประชุม Parliament หรือ การประชุม World’s Religions ซึ่งน่าจะถือว่าเป็นการประชุมสมัชชาศาสนาโลก

ครั้งนี้ถือว่าเป็นการประชุมสภาศาสนาโลกครั้งที่ ๔ ซึ่งตามมติที่ประชุมเมื่อปี ๑๙๙๓ ณ เมืองเคปทาวน์ ประเทศแอฟริกาใต้ ได้มีมติเลือกเอาเมืองบาร์เซโลนา(Barcelona) ประเทศสเปน เป็นเจ้าภาพในการจัดประชุม ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันที่ ๗ - ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๔๗ โดยมีสารัตถะ(Theme) สำคัญแห่งการประชุมคราวนี้ ว่า” Pathway to Peace: The listening of Wisdom, The Power of Commitment”

คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพใหญ่

          การประชุมในครั้งนี้มีผู้นำทางศาสนาต่าง ๆ และสมาชิกของชุมชนรวมถึงสาวกของลัทธินิกายนั้น ๆ เข้าร่วมประชุมมากกว่า ๘,๐๐๐ คน ทำให้เมืองบาร์เซโลนา โดยเฉพาะในบริเวณ Forum ซึ่งถือว่าเป็นศูนย์ประชุมนานาชาติของบาร์เซโลนา เป็นสถานที่จัดประชุมนั้นได้คราคร่ำไปด้วยผู้คนจากทุกๆ ศาสนา และลัทธินิกายต่าง ๆ การแต่งกายด้วยเสื้อผ้า และเครื่องแบบที่แปลกตา ทำให้เพิ่มสีสรรและบรรยากาศแห่งการพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ทุกคนต้อนรับกันด้วยความมีอัธยาศัยไมตรี มีใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส และมีจุดประสงค์อันเดียวกันคือ ความรัก ความเข้าใจซึ่งกันและกัน ปรารถนาความสุขและความสันติภาพต่อชาวโลกด้วยกันทั้งนั้น

คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพใหญ่

หน้าที่  1  /  2  /  3  /  4  /  5

 


Copyright  1979-2007  Thai Buddhist Center of Minnesota, All rights reserved
วัดไทย มินีโซต้า เมืองเอล รีเวอร์  มลรัฐมินีโซต้า   สหรัฐอเมริกา
10863  208th Ave. NW, Elk River, MN  55330-8702  Tel. 763-241-0710
ผู้รับผิดชอบ : พระมหาไพสิทธิ์  ธัมมรโส E-mail  :  phaisit9@hotmail.com