ย้อนกลับสารบัญ

สรุปการสัมมนาพระธรรมทูตปี 2540

 

         การสัมมนาพระธรรมทูตสายต่างประเทศ ณ พระอุโบสถวัดไทยกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. วันที่ ๗-๘-๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๐ โดย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา กรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ และวัดไทยวอชิงตัน ดี.ซี. รัฐแมรีแลนด์ สหรัฐอเมริกา สรุปโครงการการสัมมนาพระธรรมทูตสายต่างประเทศ
เรื่อง "พระธรรมทูตไทยในยุคผู้ให้และผู้นำ"

๑. บทนำ

         นับเป็นศุภมงคลนิมิตรมหาสันนิบาต ครั้งแรกแห่งการจุดชนวนแห่งความสมัครสมานสามัคคี ของพระสงฆ์ผู้ทำหน้าที่เผยแผ่พระพุทธศานาในต่างแดน โดยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้รับการสนับสนุนร่วมมือจากสมัชชาสงฆ์ไทยในอเมริกา และกรมการศาสนาเป็นผู้อุปถัมถ์ปัจจัยค่าใช้จ่ายในการประชุมสัมมนาครั้งนี้ งานประชุมดังกล่าวเรียกว่าการสัมมนาพระธรรมทูตสายต่างประเทศ ในหัวข้อว่า "พระธรรมทูตไทยในยุคผู้ให้และผู้นำ" มีลำดับดังนี้

         วันที่ 6-7-8-9 มิถุนายน พ.ศ.2540 ธงชัยแห่งพระอรหันต์นอกจากจะสบัดพัดให้สังคมเอเชียร่มเย็นแล้วตามลำดับมา บัดนี้ ตามวันเวลาดังกล่าว ได้โบกสบัดพัดให้คนอเมริกาได้ร่มเย็นมองเห็นอร่ามเต็มทั่ววัดไทยวอชิงตัน ดี.ซี. บรรดาพระมหาเถรานุเถระจากทั่วทุกภาคของเมืองไทย จากมลรัฐต่าง ๆ ของสหรัฐอเมริการวมทั้งที่มาจากยุโรป เช่น อังกฤษ เยอรมัน เป็นต้น ต่างมุ่งมาร่วมงานสำคัญอีกอย่างคืองานบำเพ็ญกุศลฉลองมงคลอายุ ๗๒ ปี ของหลวงพ่อพระมหาสุรศักดิ์ ชีวานนฺโท เจ้าอาวาสวัดไทย กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในวันเสาร์ที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๔๐ ภาคเช้าเป็นพิธีบำเพ็ญกุศลเฉลิมฉลองอายุหลวงพ่อมหาสุรศักดิ์ ชีวานนฺโท โดยมีผู้แทนพระองค์ หม่อมเจ้าหญิง วุฒิเฉลิม วุฒิชัย เป็นประธานพิธียกฉัตรพระประธานพระพุทธมงคลวิมล ดี.ซี. ภาคบ่าย พระราชวรมุนี แสดงปาฐกถาธรรมพิเศษ ต่อด้วยการอภิปรายของสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย "เรื่องประเทศไทยในปัจจุบันและอนาคต"

๒. พิธีเปิดการสัมมนา
วันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๔๐

         หลวงพ่อพระธรรมโกศาจารย์(หลวงพ่อปัญญานันทะ) ได้เป็นประธาน เปิดการสัมมนา ส่วนประธานฝ่ายฆราวาสคือ ฯพณฯเอกอัครราชทูต นิตย์ พิบูลย์สงคราม พระมหาสมชัย กุสลจิตฺโต รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ กล่าวรายงานมีใจความสำคัญว่า คณะสงฆ์ไทยได้เริ่มงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่สหรัฐอเมริกาเมื่อราวปีพ.ศ. ๒๕๑๒ ต่อมาก็เริ่มการก่อสร้างวัดขึ้น โดยเฉพาะวัดไทย นครลอสแองเจลิส เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๕, วัดไทยกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๗ เป็นต้น และวัดไทยในมลรัฐอื่น ๆ ก็เกิดตามมาเรื่อย ๆ จนปัจจุบันนี้ จำนวนวัดไทย ในสหรัฐอเมริกา มีจำนวนมากกว่ามลรัฐ ของประเทศนี้เสียอีก เมื่อมีวัดก็ต้องมีพระสงฆ์มาอยู่ประจำเพื่อปฏิบัติศาสนกิจ

         เดิมพระสงฆ์ก็ได้รับนิมนต์ให้เดินทางเข้าสหรัฐอเมริกาเป็นการ ภายใน ตามสายวัดและความรู้จักมักคุ้นกันเป็นส่วนตัว เมื่อคณะสงฆ์จะริเริ่มงานพระธรรมทูตไปต่างประเทศ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๑-๒๕๑๓ แต่ก็หยุดชะงักลงด้วยอุปสรรคหลายประการ พระสงฆ์ผู้ได้รับนิมนต์มาปฏิบัติศาสนกิจในอเมริกา จึงไม่ได้รับการฝึกอบรมกันอย่างจริงจัง จนกระทั่ง เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๘ มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา ได้เริ่มดำเนินงานโครงการฝึกอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศขึ้นเป็นรุ่นแรก และในปีต่อ ๆ มา รวม ๓ รุ่นแล้วจำนวน ๑๙๓ รูป

         พระภิกษุผู้ผ่านการอบรมตามโครงการฯนี้ กำลังปฏิบัติศาสนกิจอยู่ในสหรัฐอเมริการ่วมกับพระเถรานุเถระ ผู้เข้ามาปฏิบัติงานพระศาสนาก่อนหน้านี้ ถึงกระนั้นงานพระธรรมทูตดังกล่าว ก็ประสบปัญหานานัปประการ เช่น เรื่องการบริหารจัดการวัดและการระดมทุน เป้นต้น มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกาและกรมการศานา กระทรวงศึกษาธิการ มองเห็นปัญหาดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการสัมมนาพระธรรมทูตสายต่างประเทศครั้งนี้ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้:

    ๑. เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างพระธรรมทูตสายต่างประเทศ ทั้งที่ผ่านการอบรมมาแล้วและยังไม่ผ่านการอบรม ซึ่งกำลังปฏิบัติศาสนกิจอยู่ในสหรัฐอเมริกา
    ๒. เพื่อสร้างความสัมพันธ์และร่วมมือกันระหว่างวัด พระธรรมทูตฯ ด้วยกันและกับพระเถระทั่วไป อันจะนำไปสู่เอกภาพแห่งการปฏิบัติศาสนกิจในต่างประเทศ
    ๓. เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ประสบการณ์ และความสามารถ แก่พระธรรมทูตฯ เป็นการเสริมงานเผยแผ่ของคณะสงฆ์ไทยให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ในการจัดสัมมนาพระธรรมทูตฯ ครั้งนี้ ซึ่งเป็นครั้งแรกในสหรัฐอเมริกาสำเร็จลงได้ด้วยการสนับสนุนจากหลายฝ่าย คาดว่าจะเกิดผลตามมา คือ เกิดเอกภาพ ความร่วมมือช่วยเหลือกันของวัดไทย เพื่อปรับปรุงท่าทีและวิสัยทัศน์ใหม่ในงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา และได้ข้อมูลเพื่อนำไปปรับปรุงหลักสูตรการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นต่อไป

๓. พระมหาเถระกล่าวนำสัมมนา

          ได้มีการอาราธนาพระมหาเถระได้กล่าวนำอภิปรายตามลำดับต่อไปนี้ พระธรรมโกศาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ) ประธานที่ประชุมกล่าวนำการสัมมนาสรุปความว่า วัดไทยเกิดขึ้นมาเพราะคนไทย โดยเฉพาะแม่บ้าน ผู้มีสามีเป็นชาวอเมริกัน ไปอยู่ที่รัฐใด ก็รำลึกนึกถึงพระพุทธศาสนา ได้ทำการสร้างวัด เมื่อมีการสร้างวัด ก็มีการนิมนต์พระมาจำพรรษา ยุคแรก ๆ ประมาณ พ.ศ. ๒๕๒๑ มีวัดไม่กี่วัด กล่าวถึงตัวท่านเองว่า ได้ทำการประกาศพระพุทธศาสนามาตลอด และเดี๋ยวนี้ก็ยังทำหน้าที่อีก สามารถประกาศดัง ๆ ว่า ตนเองอุทิศตนในผ้ากาสาวพัตร์ ตลอดชีวิตได้ (เพราะเรานี้แก่แล้ว...!)

         กล่าวโดยทั่วไป ที่ไหนมีคนหมู่มากย่อมจะมีปัญหา พระธรรมทูตเมื่อมีมาปฏิบัติศาสนกิจกันมากขึ้น ญาติโยมก็นิยมการสร้างวัดให้มากขึ้น เวลาไม่ถูกกัน ก็แยกวัดทำให้เกิดปัญหาข้อขัดแย้ง แต่อย่างหลวงพ่อท่านก็สนับสนุนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การประชุมสัมมนาควรจัดให้มีทุกๆ ปี จะได้รับทราบปัญหาอุปสรรค พร้อมทั้งหาทางแก้ไข ให้การเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป พระราชวรมุนี อธิการบดีมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้กล่าวนำมีใจความว่าว่า ท่านดีใจที่มีการสัมมนาของพระธรรมทูตไทยและพระเถรานุเถระทั้งจากประเทศไทย อเมริกาและบางประเทศในยุโรป เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน ปัญหาการจัดการองค์กร เรามีพระและบุคลากรมากมาย แต่เมื่อต้องการจะทำอะไร ต่างคนต่างทำ ตรงนี้ถ้ามีองค์กรกลาง เช่น มหาจุฬาฯ จัด retreat ขึ้นมา ไม่ใช่วัดใดวัดหนึ่ง

         มหาจุฬาฯ เป็นองค์กรกลางและเป็นสถาบันที่ได้รับรองจากสมัชชา เป็นหลักฐานและจะได้ปรึกษารายละเอียดกันต่อไป ตอนนี้เป็นที่รับรองว่า เราจะตั้งสถาบันศึกษาพุทธศาสนาขึ้นที่วัดไทยวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งต่อไปจะเปิดระดับปริญญาโทที่ไหนก็ได้ เช่น วัดธรรมาราม ชิคาโก แต่เราจะไม่ทำจนกว่าจะได้รับฉันทานุมัติจากพระเถรานุเถระก่อน เพราะต้องการจะได้คัดเลือกเอาพระเก่ง ๆ เราไม่ได้เลียนแบบใคร แต่สถาบัน Naropa พุทธมหายานสอนได้ผล ทั้งนี้เราจะทำอย่างนั้นก็ต้องพ้นพรมแดนแห่งวัด เพื่อต้องการเผยแผ่พุทธศานาอย่างได้ผล วิสัยทัศน์ (Vision) เราต้องปรับปรุงใหม่ การเผยแผ่คนรุ่นเก่าก็มาถึงจุดสุดท้าย คนรุ่นใหม่จะต้องสืบสาน ดังหลวงพ่อพระมหาสุรศักดิ์ ชีวานนฺโท ได้กล่าวว่ามีการสร้างวัดใหญ่โตมากมายอีก ๒๐ ปี ต่อไปใครจะรักษา ยุคนี้เราต้องคิดให้จงหนักว่า ถ้าเราไม่เข้าไปสอนศาสนาเป็นภาษาอังกฤษ เราจะรักษาพุทธศาสนาได้อย่างไร

          การสอนพุทธศาสนาเป็นภาษาอังกฤษเป็นเรื่องจำเป็น ประวัติศาสตร์บังคับเรา พระราชวรมุนีท่านได้แนะว่า การเผยแผ่พระพุทธศาสนาในอเมริกา เราต้องเอาแบบพระมหินทรเถระ นำพระพุทธศาสนาเข้าไปสู่ศรีลังกา ประเทศศรีลังกาพระพุทธศาสนา จะได้หยั่งรากก็ต่อเมื่อมีคนเข้ามาบวช ส่วนความสำเร็จของมหายาน เขาไม่รอคนเข้ามาบวช แต่เขามีค่านิยมต่างกัน ต่อไปนี้วัดที่ในอเมริกานี่ต้องคำนึงว่าวัดนี้มีคนต่างชาติเข้ามาฟังธรรมมากน้อยเท่าไร ไม่ใช่นับว่ามีคนไทยเท่าไร การมาปฏิบัติศาสนกิจที่นี่ต้องเอาแบบอย่างที่หลวงพ่อปัญญาพูดไว้ว่า "ใจสิงห์แค่ไหน" ตัวท่านอธิการบดีเองได้มาอเมริกาหลายครั้ง บรรยายพิเศษหลายแห่ง ไม่มีแห่งไหนนิมนต์ให้บรรยายเป็นภาษาอังกฤษเลย ต่อไปควรจัดเป็น ๒ ภาค เพราะคนไทยบางคนฟังภาษาอังกฤษเข้าใจดีกว่าภาษาไทยก็มี

         พระราชวรมุนีได้ตั้งข้อสังเกตว่า ต่อไปต้องพยายามจัดเทศน์หรือบรรยายเป็นทั้งภาคภาษาไทยและภาษาอังกฤษ พระราชกิตติเวที ประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า การเกิดขึ้นของวัดไทยในระยะเริ่มแรกยังไม่ได้มีกฎเกณฑ์อะไร เป็นความประสงค์ของญาติโยมพุทธบริษัท ซึ่งอาศัยอยู่ที่นี่ ต้องการให้เกิดความสะดวกแก่พระภิกษุสงฆ์ที่มาเยี่ยม ต่อมาภายหลังเมื่อวัดมีจำนวนมากขึ้น ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบและกฎเกณฑ์ เพื่อคัดเลือกพระผู้มาปฏิบัติศาสนกิจ ณ สหรัฐอเมริกาให้ถึงพร้อมด้วยคุณวุฒิและมีความสามารถ โดยเฉพาะด้านวิปัสสนากรรมฐานและภาษาอังกฤษ เพื่อให้การเผยแผ่ได้ผลอย่างจริงจังและพัฒนาวัดให้มีความเจริญรุ่งเรืองสืบไป

         ท่านกล่าวย้ำว่าพระธรรมทูตผู้มาปฏิบัติศาสนกิจทุกท่าน ต้องมีความหนักแน่นวางตัวให้พอดีอย่าให้โยมถือหาง ส่วนญาติโยมก็ขอให้เป็นผู้มีธรรม มีศรัทธาและปัญญา มีปัญหาอะไรเกี่ยวกับพระก็ให้มอบให้พระช่วยกันหาทางแก้ไขจะดีกว่า เพราะเราว่ากันตามพระธรรมวินัย ที่ผ่านมาไม่ค่อยเชื่อฟังกัน และให้รู้จักหน้าที่ของตนไม่ว่าจะเป็นพระหรือฆราวาสก็ขอให้เป็นพุทธศาสนิกชนที่ดี พระธรรมปริยัติมุนี กล่าวว่า ให้ยึดถือหลักแบบอุปัชฌาย์สอน อุปัชฌาย์สอนคือพระพุทธเจ้าสอน และให้ถือคติคือไม่รักนวลสงวนตัวมากเกินไป ให้ความสนิทสนมกับเพื่อนร่วมงาน พยายามรู้ต้วเราเอง รู้เพื่อนทำงาน และให้รู้เท่าทันเหตุผล การทำงานให้มีหิริ มีโอตตัปปะ เป็นหัวใจแห่งการประพฤติเปิดเผยแจ่มแจ้ง ไม่อายที่จะขอความรู้จากผู้อื่นแม้แต่ความชั่ว ความไม่ดี เอาเป็นครูให้ได้ และต้องหมั่นออกตรวจดูงานอย่างสม่ำเสมอหลวงพ่อให้คติไว้น่าปฎิบัติ

          ระเทพประสิทธิมนต์ กล่าวใจความว่า งานสัมมนาพระธรรมทูตที่จัดในวันนี้ไม่แปลกจากการที่ตัวท่านเองเคยเป็นประธานสมัชชา ก็เคยได้ประชุมปรึกษาปัญหาเช่นเดียวกัน จึงกล่าวได้ว่าปัญหาเดิมๆ ทั้งนั้นแต่ก็ดีใจที่ปัญหาเหล่านั้น จะได้หาทางช่วยกันแก้ไขหาแนวทางปฎิบัติในการสัมมนาครั้งนี้ หลวงพ่อมหาสุรศักดิ์ ชีวานนฺโท กล่าวว่า เป็นนิมิตรหมายที่ดี ที่มหาจุฬาฯ ให้เกียรติวัดไทย วอชิงตัน ดี.ซี. เป็นสถานที่ประชุมสัมมนาเกี่ยวกับงานพระธรรมทูต ตัวท่านเองไม่ได้ริเริ่มจัดงานวันคล้ายวันเกิด แต่เป็นความคิดของศิษยานุศิษย์ ท่านท้าวความถึงสมัยก่อนสมัชชาสงฆ์ไทยยังไม่มี แต่ก็ด้วยความริเริ่มของพระธรรมปิฎก ตัวท่านเองคัดค้านแต่ก็แพ้โหวต เพราะตัวท่านเองเคารพมติ ตั้งแต่ นั้นก็มีสมัชชาตัวท่านก็อุทิศตนเพื่องานเผยแผ่มาไม่น้อยกว่า ๒๐ ปี ช่วงท้ายท่านก็ให้กำลังใจอวยพรให้งานสัมมนาสำเร็จลุตามวัตถุประสงค์

๔. ทัศนะของ ฯพณฯ เอกอัครราชทูตและวิทยากร

          จากนั้นได้มีการอภิปรายร่วมเรื่อง "งานพระธรรมทูตไทยในสหรัฐอเมริกาในทศวรรษหน้า" ประกอบด้วยผู้อภิปราย ดร.พระมหาต่วน สิริธมฺโม,พระมหายรรยง ฐานวโร, ดร.พระมหาชื่น โชติญาโณ, นายแพทย์กรีฑา อภิปุณโยภาส โดยมี รท.บรรจบ บรรณรุจิ เป็นผู้ดำเนินรายการอภิปราย ฯพณฯ นิตย์ พิบูลสงคราม เอกอัครราชทูตไทย ประจำสหรัฐอเมริกา ได้แสดงคำบรรยาย พิเศษมีเนื้อความสำคัญดังนี้

         ประการแรก สงฆ์มีภาระคือดำรงพุทธศาสนาให้ดำรงอยู่และกำเนิดวัดไทยเกิดจากชุมชนชาวไทย แสดงว่าพระสงฆ์กับชุมชนชาวไทยเป็นปัจจัยเกื้อหนุนกัน ดังนั้นพระสงฆ์จึงควรเน้นการปลูกฝังวัฒนธรรมประเพณี ศาสนา แก่เยาวชนซึ่งจะเป็นผู้สืบทอดทางพุทธศาสนาต่อไป

         ประการที่สอง บทบาทพระธรรมทูตไทยในทศวรรษหน้า ควรเผยแผ่ถึงชนชาติอื่นด้วยเป็นการดึงชนชาติอื่นให้มีความสัมพันธ์กับชุมชนชาวไทย เข้าใจพื้นฐานวัฒนธรรมรประเพณีอันดีงามเข้าใจและได้ประโยชน์จากหลักธรรมอันจะเป็นเหตุผลแสดงให้เขาเห็นว่า ชุมชนชาวไทยเข้ามา มีแต่สร้างประโยชน์แก่พวกเขา จะมีการยอมรับนำไปสู่การสร้างสถานภาพโดดเด่นของคนไทยในต่างแดน แต่ต้องพิจารณาพระธรรมทูตให้มีคุณภาพ และทักษะด้านใช้สื่อมีภาษาอังกฤษเป็นต้น

         ประการที่สาม ในฐานะพระสงฆ์เป็นปูชนียบุคคลที่บุคคลทั่วไปให้ความเคารพนับถือ เป็นผู้เชื่อมความสัมพันธ์สามัคคีให้เกิดในหมู่คณะ ทั้งยังเป็นแกนนำสร้างชุมชนชาวไทยเป็นปึกแผ่น นำชุมชนทำสาธารณประโยชน์ เป็นผู้บริการสังคมได้ดี และมีประโยชน์ต่อชุมชนชาวไทย ประการสุดท้าย พระธรรมทูตมีบทบาทส่งเสริมเผยแผ่ศิลปวัฒนธรรมไทย เอกลักษณ์ไทยให้แพร่หลายมาก เป็นการปลูกจิตสำนึกแก่เยาวชนไทยในอเมริกา ให้การอบรมเยาวชนมาตลอดเป็นการช่วยเหลือรัฐบาลไทย เชิดชูสิ่งมีค่าของชาติไทยเรา

          ทั้งเป็นประโยชน์ไม่เฉพาะแก่คนไทยที่มาอยู่สหรัฐอเมริกาเท่านั้น แต่ยังเป็นประโยชน์แก่เด็กเยาวชนที่เกิดในอเมริกาอีกด้วย ต่อไปถ้าเขาเหล่านั้นได้อบรมบ่มนิสัยในวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมอันดีงาม ก็จะกลายเป็นคนดีมีคุณภาพ ต่อไปเป็นใหญ่เป็นโตก็จะกลายเป็นกำลังสำคัญ ทั้งแก่ประเทศไทยหรืออยู่ประกอบอาชีพในสหรัฐอเมริกา ก็จะเป็นผู้รักษาผลประโยชน์ของคนไทยต่อไป

         ฯพณฯ เอกอัครราชทูตกล่าวสรุปว่า พระธรรมทูตนอกจากจะสืบต่อพุทธศาสนาดังกล่าว ยังเป็นการช่วยภาครัฐบาลไทย ในการอบรมประชาชนให้อยู่ดีมีสุขด้วย ท่านมีความห่วงใยและยินดีสนับสนุน ฉะนั้นบทบาทพระธรรมทูตในทศวรรษหน้าขอให้นำเอาบทบาท ผลงานของ หลวงพ่อพระมหาสุรศักดิ์ ที่บำเพ็ญมา ๒๐ กว่าปี เป็นแบบอย่างในการปฎิบัติ ส่วนผู้ร่วมอภิปรายอื่นๆ ก็มีการอภิปรายเป็นไปในแนวเดียวกัน คืออยากเห็นพระธรรมทูตมีคุณภาพ สามารถเผยแผ่พุทธศาสนาแก่คนไทยและแก่คนต่างชาติ

          ดร.พระมหาชื่น โชติญาโณ ได้ร่วมอภิปรายซึ่งมีเนื้อหาโดยย่อคือได้เล่าประสบการณ์การออกปฏิบัติศาสนกิจในรั้วมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ได้ประสบผลสำเร็จบ้าง ไม่สำเร็จบ้าง ปัญหาคือขาดงบประมาณการเผยแผ่ ตลอดการสร้างวัด ได้ถามปัญหากับ ฯพณฯ นิตย์ พิบูลย์สงคราม ฯพณฯ ท่านก็ตอบว่า รัฐบาลไทยยังไม่มีงบประมาณเพียงพอ แต่ก็ส่งเสริมวัฒนธรรมเป็ฯจุดใหญ่ ๆ เช่น ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สถานทูตไทยก็หาศึกษาได้ฯลฯ

         ดร.พระมหาต่วน สิริธมฺโม ได้แสดงข้อคิดเห็นระหว่างการอภิปรายตอนหนึ่งว่าการใช้ภาษาไม่ใช่ภาษาอังกฤษเก่ง ถึงจะถือว่าเก่ง บางทีคนพูดภาษาไทยเก่งหรือพูดภาษาอังกฤษเก่งนั่นแหละ สู้รบกันทุกวัน ตัวอย่างการที่ภรรยาสามีพูดไทยด้วยกัน วันไม่ดีคืนไม่ดีหาว่าพูดภาษาญวน เวลาแต่งปรึกษาหลวงพ่อ เวลาตีกันไม่เห็นปรึกษาก่อน น่าจะเปลี่ยนเป็นเวลาจะตีกันรีบไปปรึกษาหลวงพ่อเป็นต้น พระธรรมทูตนี้ต้องเป็นนักการทูตที่ดี ได้ยกตัวอย่าง อาจารย์ชื่นถามฯพณฯท่านทูตฯ แล้วบอกว่า ฯพณฯ ตอบไม่ตรง ที่จริง ฯพณฯ ตอบได้ดี เพราะงบประมาณต้องถามสภา อาตมาเห็นด้วยในการตอบแบบนักการทูต

         พระธรรมทูตที่ดีต่อไปในทศวรรษ ต้องมี ๒ ประเภท ๑. ทำงานในเชิงรับ ๒. ทำงานในเชิงรุก ในเชิงรับไม่ว่าคนไทยหรือคนฝรั่งมาเถอะเรายินดีต้อนรับจากนั้นได้กล่าวเชิงติดตลกเกี่วยกับชื่อตัวท่านเองว่าเป็นชื่อ International คือ ต่วน=ไทย ต่วนซิง=อินเดีย ต่วนกู=มาเลเซีย..! พระธรรมทูตก็ต้องสอนเป็นอินเตอร์ และได้เน้นการปฎิบัติตนเองของพระธรรมทูตในเชิงรับ สำคัญที่รู้จักใช้หลักจิตวิทยา ยกตัวอย่าง เช่น ที่สำนักธรรมวิจัยวัดมหาธาตุ

         ญาติโยมผู้หญิงแก่ๆ เข้ามาเราทักทายเชิญให้นั่งให้ดื่มน้ำชากาแฟ ดีใจสุขใจ แต่วันไหนมาแล้ว พวกเรายุ่งธุระลืมทัก คราวหน้าไม่มาแล้วโทร.ต่อว่า หาว่าลืม หรือ ด้อยค่าไม่มีใครทักทาย ฯลฯ เพราะฉะนั้นฝรั่งเขามามีปัญหาทางใจ เราต้องต้อนรับ และกล่าวถึงสถาบันศึกษาพุทธศาสนา เราก็จะตั้งเพื่อจุดประสงค์จะบริการการศึกษาพุทธศาสนาแก่ผู้สนใจทั่วไป ท่านได้ยกตัวอย่างว่า เคยมีฝรั่งชาวอเมริกันร้อยกว่า ไปประเทศไทย ขอนิมนต์ให้บรรยายเกี่ยวกับพุทธศาสนาปีที่แล้ว จะเห็นว่าการเผยแผ่พุทธศาสนาเชิงรุกนี้สำคัญมาก มีประโยชน์ดังนี้คือ

         ยกตัวอย่าง มหาวิทยาลัย South Florida University เคยนิมนต์ให้บรรยาย เราช่วยเขาและเขาก็จะมาช่วยเรา ทั้งที่นี้ หรือองค์กรต่างๆ ก็ขอให้พวกเราเข้าไป ถ้าเขาต้องการ ดังนั้น การนี้จะขอเสนอหลักการเผยแผ่พุทธศาสนาของพระธรรมทูตไว้ ๒ หลักคือ ๑. เชิงรับ ๒. เชิงรุก ส่วนเรื่องภาษาขอให้พูดภาษาคน ไม่ต้องกังวลมาก ตัวอย่างพระธรรมปิฎก พูดภาษาอังกฤษ พูดธรรมดาไม่เหมือนฝรั่ง 100 % แต่ฝรั่งเข้าใจซาบซึ้งยกย่องท่านมาก อาจารย์ต่วนท่านได้ให้แนวการเผยแผ่พุทธศาสนาไว้มีประโยชน์ และสร้างความมั่นใจในการใช้ภาษาธรรมในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาไม่ให้กังวล

          อาจารย์บรรจบ บรรณรุจิ ได้กล่าวในที่อภิปรายว่า อยากให้รำลึกถึงอดีตอย่าลืมพุทธศาสนามาเผยแผ่ในอเมริกา ฆราวาสเป็นผู้นำมาแล้วนิมนต์พระมา และพระธรรมทูตก็เป็นผู้สำคัญ เพราะพระมาหนึ่งรูปอย่าลืมว่า ประเทศไทยวัฒนธรรมประเพณีมาด้วย ท่านได้ฝากจิตสำนึกกับทั้งฆราวาสและพระธรรมทูต ขอให้ช่วยกันและขออนุโมทนาในการช่วยกันเผยแผ่พุทธศาสนาและชื่อเสียงของประเทศไทย

          อาจารย์พระมหายรรยง ฐานวโร ได้กล่าวในการอภิปรายใจความว่า ดีใจในการจัดสัมมนาครั้งนี้ก็เป็นความร่วมมือกันหลายฝ่ายคือมหาจุฬาฯ โดยความสนับสนุนร่วมมือของสมัชชาสงฆ์ไทยในอเมริกา กรมการศาสนา และวัดไทย วอชิงตัน ดี.ซี. โดยส่วนตัวท่านเองท่านได้เคยมาปฎิบัติศาสนกิจฐานะพระธรรมทูต ได้ประสบประการณ์บ้าง ปัญหาที่มีมากก็คือการที่ญาติโยมและพระร่วมกันสร้างวัดแล้ว เมื่อมีความเห็นขัดแย้งกันมักจะลงเอยด้วยการแยกวัดไปสร้างวัดใหม่แล้วก็มีปัญหาตามมาอีก ความเห็นของตัวท่านอยากจะให้มีการช่วยเหลือให้คำปรึกษาลดทิฏฐิมานะ หันหน้าเข้าหากัน เพราะต่างคนก็ต่างมีกุศลเจตนาสละสุขส่วนตัว เพื่อสุขสันติชาวโลกอยู่แล้ว

         จากนั้นเป็นพิธีทำบุญวันคล้ายวันเกิด พิธีทักษิณานุปทาน พระสงฆ์จำนวน ๙๙ รูป ร่วมพิธี จากนั้นพระสงฆ์ร่วมฉันภัตตาหารเพล ๕. ผลสรุปการประชุมกลุ่ม จากนั้นคณะผู้เข้าสัมมนาได้แบ่งกลุ่มออกเป็น ๔ กลุ่ม โดยมีประธาน เลขาฯ สมาชิกและวิทยากรพร้อมทั้งได้ทำการสรุปผลการประชุมกลุ่มดังนี้ :-

กลุ่มที่ ๑ หัวข้อ "การก่อตั้งวัด และพัฒนาวัดไทยในสหรัฐอเมริกา"

    วิทยากรประจำกลุ่ม : พระมหาวินัย ปุญฺญฺญาโณ พระมหาธวัชชัย นรินฺโท พระครูประคุณสรกิจ ประธานกลุ่ม : พระครูธรรมทิน เลขานุการ : พระเจริญ สุขวฑฺฒโน สมาชิกกลุ่ม : พระมหาวัลย์ อเวโร พระรัตน์ รตนโชโต พระมหาบุญก้ำ ฐิตเวโท พระมหามานพ นารโท พระประหยัด ทีปธมฺโม พระครูวินัยธรประสาน พระครูวิโรจน์กิจจาทร พระถวัลย์ ขนฺติสาโร พระมหาเต็มใจ ภูริเมธี พระสำราญ จนฺทโก
    ประเด็นสำคัญ : การก่อตั้งวัด / ชื่อ /ผ่อนส่ง / บูรณะปรับปรุงพัฒนาให้รื่นรมย์ /สถานที่ตั้ง/ วัดกับชุมชนไทยและชุมชนอื่น ๆ ปัญหาและทางออก การก่อตั้ง และพัฒนาวัดไทยในสหรัฐอเมริกา มี ๔ ประเด็น

    - จุดกำเนิดการตั้งวัด
    - ความพร้อมของการสร้างวัด
    - การดำเนินการ และวิธีการตั้งวัด
    - การพัฒนา

๑. จุดกำเนิดการตั้งวัด
    - ความตั้งใจของชุมชน
    - การแตกแยก

๒. ความพร้อมของการสร้างวัด
    ๒.๑ ชุมชน
    ๒.๒ ศรัทธา
    ๒.๓ บุคคลากร
    ๒.๔ สถานที่
    ๒.๕ ทุน
    ๒.๖ ถูกต้องตามกฎหมาย

๓. การดำเนินการ และวิธีการตั้งวัด
    ๓.๑ ใบ Article (ใบตั้งชื่อวัด)
    ๓.๒ By Law (ข้อบังคับ)
    ๓.๓ Certificate (ใบรับรองการเป็นองค์กร) หรือ ใบ Not Profit Incorporation
           (ใบแต่งตั้งการเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร)
    ๓.๔ ใบ IRS Tax Exception (ใบยกเว้นภาษี ใน State), Sale Tax และ ใบยกเว้นภาษี
    ๓.๕ ใบ Policy of title insurance (ใบคุ้มครองสิทธิที่ดินวัด)
    ๓.๖ ใบ Deed (ใบโฉนดที่ดิน)
    ๓.๗ ใบ Chamber Layton of Commerce (สมาชิกขององค์การค้า)

๔. การพัฒนา
    ๔.๑ บุคคลากร (เจ้าอาวาส,ลูกวัด,กรรมการ,สมาชิกวัด,พุทธศาสนิกชนทั่วไป)
    ๔.๒ ศาสนวัตถุ (สร้างกุฏิ,ศาลา เป็นต้น)
    ๔.๓ ศาสนพิธี
    ๔.๔ ศาสนธรรม(ประยุกต์นำหลักธรรมะมาใช้ในชีวิตประจำวัน)

กลุ่มที่ ๒ หัวข้อ "งานบริหารพระสงฆ์ในวัดในอเมริกา"

         วิทยากรประจำกลุ่ม : พระราชปริยัตยาจารย์ พระมหาประชัน ชุตินฺธโร พระวิรัตน์ วิรตโน พระศรีธีรวงค์ ประธานกลุ่ม : พระมหาสรวุฒิ ปิยชาติ สมาชิกกลุ่ม : พระครูสุธรรมวโรทัย พระมหาประมวญ ญาณจารี พระมหาญาติ วฑฺฒโน พระมหาวิชาการ ปุญฺญธโร พระบุญปลูก ฐิตเปโม พระสุธี สุขกาโม พระสมชาย ติสฺสวํโส พระมงคล ชุติปญฺโญ พระอดุลย์ วชิรธมฺโม

         ประเด็นสำคัญ; ปัญหาการปกครองในวัด / จริยาวัตรบางประเภท / งานประจำ วัดกับ บ้าน /วัดกับสมัชชา วัด +สมัชชา+คณะสงฆ์+ปัญหา เครือข่าย Intenet ปัญหาการปกครองในวัด
    ๑. ความไม่เข้าใจกันระหว่างหัวหน้าสงฆ์กับพระลูกวัด เพราะต่างฝ่ายต่างมีทิฎฐิมานะ
    ๒. หัวหน้าสงฆ์ขาดความรู้ ความเข้าใจในหลักการบริหารงานบุคคล
    ๓. หัวหน้าสงฆ์ไทยไม่กระจายงานให้ชัดเจน

ข้อแก้ไข
๑. หัวหน้าสงฆ์ควรมีจิตใจเป็นธรรม และมีเมตตาต่อพระลูกวัด
๒. หัวหน้าสงฆ์ควรจะศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับเรื่องการบริหารงานบุคคลสมัยใหม่
๓. หัวหน้าสงฆ์ต้องแบ่งงานกันรับผิดชอบให้ชัดเจน

ปัญหาจริยาวัตรบางประเภทของพระสงฆ์
๑.พระสงฆ์ประพฤติปฏิบัติไม่สอดคล้องตามหลักของพระธรรมวินัย ขาดหลักเสขิยวัตร
    ข้อแก้ไข
    ๑. ต้องฝึกอบรมพระธรรมทูตให้สำเนียกในหลักพระธรรมวินัย

ปัญหางานประจำ
๑. ขาดบุคคลากรที่มีความรู้ความสามารถ ในการทำงานให้มีประสิทธิภาพ
๒. ขาดวัสดุอุปกรณ์ในการทำงาน
๓. ขาดงบประมาณสนับสนุนในการทำงาน
    ข้อแก้ไข
    ๑. จัดฝึกอบรมพระธรรมทูตให้มีความรู้ความสามารถในการทำงาน และมีความรับผิดชอบงานอย่างแท้จริง
    ๒. จัดหาวัสดุอุปรณ์ที่จำเป็น
    ๓. จัดหาเงินทุนใช้จ่ายในสำนักงาน ปัญหาวัดกับบ้าน ความไม่เข้าใจกันระหว่างพระสงฆ์กับชาวบ้าน เช่น พระขับรถ ข้อแก้ไข นำเรื่องที่เป็นปัญหานั้นปรึกษาหารือ ปรับความเข้าใจกันทั้งสองฝ่าย

ปัญหาวัดกับสมัชชาฯ
๑. สมัชชาฯ ดูแลและสนับสนุนวัดในเครือยังไม่ดีพอ
    ข้อแก้ไข
    จัดเจ้าหน้าที่รับผิดชอบดูแล ให้การสนับสนุนวัดในเครืออย่างทั่วถึง ปัญหาสมัชชากับคณะสงฆ์ สมัชชาฯ ไม่มีกฎระเบียบในการควบคุมคณะสงฆ์ ข้อแก้ไข ร่างกฎระเบียบในการควบคุม ปัญหาเครือข่าย Internet
    ๑. ถ้าหากติดตั้ง Internet ชาวบ้านกลัวพระสงฆ์จะดูเรื่องราวที่ไม่เหมาะสม
    ๒. ทางวัดฯ ไม่มีทุนเพียงพอที่จะซื้ออุปกรณ์เพื่อติดตั้ง Internet
    ๓. พระสงฆ์ในวัดไม่มีความรู้ความชำนาญในเรื่อง Internet
    ข้อแก้ไข
    ๑. ชาวบ้านต้องมีความไว้วางใจ และเข้าใจพระสงฆ์
    ๒. ทางวัดฯ ต้องจัดหาอุปกรณ์ติดตั้ง Internet
    ๓. พระสงฆ์ต้องฝึกใช้ Internet สามารถสร้าง Home page ประจำวัดให้ได้สามารถใช้ E-mail ในการส่งข่าวสารให้สมาชิกของวัด จะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น ซึ่งทำให้สามารถโยงเครือข่ายวัดต่างๆ ให้สามารถเชื่อมติดต่อกันได้สะดวกรวดเร็ว

กลุ่มที่๓ หัวข้อ "งานเผยแผ่พระพุทธศาสนาในอเมริกา"

วิทยากร ดร.พระวิเวกนันทภิกขุ พระมหาไสว ญาณวีโร พระสมพงษ์ มหาปุญโญ ประธามกลุ่ม พระพิศาลพัฒโนดม เลขาฯกลุ่ม พระวิญญา อิสฺสรเตโช สมาชิกกลุ่ม พระมหาบรรดร สุรตโน พระสมุห์สมพร สมณวํโส พระปลัดสำรวย ครุธมฺโม พระมหามานพ ปญฺญาวชิโร พระมหาพิทักษ์ กิตติสทฺโท พระมหาเชือน ถิรปญฺโญ งานเผยแผ่พระพุทธศาสนาในอเมริกา ประเด็นสำคัญ; ปัญหาด้านบุคลากร ทุน อุปกรณ์ ความรู้ การเผยแผ่กับสังคมไทย การเผยแผ่กับคนอเมริกา ฯลฯ ด้านบุคคลากร

    ๑. บุคคลากรควรมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น Computer, Intenet, E-mail ฯลฯ
    ๒. บุคคลากรควรมีความชำนาญทางด้านการใช้ภาษา เช่น ภาษาอังกฤษ ไทย ลาว เขมร ฯลฯ
    ๓. บุคคลากรควรมีความรู้ความสามารถด้านวิปัสสนากรรมฐานอย่างลึกซึ้ง ด้านทุน ควรจัดตั้งกองทุนขึ้น เพื่อสนับสนุนและช่วยเหลือการเผยแผ่ของพระธรรมทูตในสหรัฐอเมริกา ชื่อ กองทุนเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในอเมริกา ซึ่งดำเนินและจัดการโดยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย แหล่งที่มาของทุน มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย กรมการศาสนา พระธรรมทูต ผู้มีจิตศรัทธาทั่วไป

    ด้านอุปกรณ์ จะต้องหาอุปกรณ์และเครื่องมือในสำนักงาน เช่น Computer เทป หนังสือธรรมะทั้ง ด้านภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ให้ได้อย่างเพียงพอ ด้านความรู้ ควรจะมีวุฒิขั้นต่ำปริญญาตรี หรือมีความเชี่ยวชาญในเรื่องวิปัสสนากรรมฐาน ควรจะมีความรู้ความสามารถพิเศษ เช่น ด้านศิลปะ ก่อสร้าง เป็นต้น ด้านการเผยแผ่กับสังคมไทย ควรเน้นการอนุรักษ์ภาษา ประเพณี และวัฒนธรรมไทย โดยเน้นหนักในเชิงพุทธศาสตร์ ด้านการเผยแผ่กับคนอเมริกัน เนื่องจากปัญหาทางด้านภาษาอังกฤษ ดังนั้น พระธรรมทูตควรที่จะฟังภาษาอังกฤษ เข้าใจและสามารถพูดภาษาอังกฤษได้

ด้านการเผยแผ่ ควรเน้นด้านวิปัสสนา กรรมฐานเป็นหลัก คือเน้นการพัฒนาด้านจิตใจเพราะเท่าที่ผ่านมาได้ผลดีมาก

กลุ่มที่ ๔ หัวข้อ "อนาคตของวัดไทย -พระธรรมทูตไทยในทศวรรษหน้า"

วิทยากร: ดร.พระมหาสิงห์ทน นราสโภ ดร.พระมหาสุรพล สุจริโต ประธานกลุ่ม: พระมหาทวีพงษ์ ทวิวํโส เลขานุการกลุ่ม: พระอำพล สุธีโร สมาชิกกลุ่ม: พระสกลธรรมคณี พระครูโสภณวิริยคุณ พระครูสิริปัญญาภิรม พระครูภาวนามงคลนุสิฐ เจ้าอธิการโกวิทย์ สตฺธโร พระมหาเกษม เขมรํสี พระมหาสุทัศน์ สุริโย ดร. พระเทวันทร์ วุฑฺฒิสาโร

ประเด็นสำคัญ: การเปลี่ยนแปลงทางสังคมอเมริกัน - ชุมชนไทย การประยุกต์พุทธศาสนาให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงร่วมกันของวัด มหาจุฬาฯ สมัชชาสงฆ์ และคณะสงฆ์สถานศึกษา พุทธศาสนา

สภาพปัญหาทั่วไปของวัดไทยในปัจจุบัน:
    ๑. สถานะของวัดไม่มั่นคง เช่นขาดการบำรุงส่งเสริมจากพุทธศาสนิกชน
    ๒. เทคนิคและวิธีการสอนธรรมะของพระธรรมทูตในวัดไม่จูงใจให้คนรุ่นใหม่เข้าวัด
    ๓. พระธรรมทูตมีปัญหาในเรื่องภาษา และความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมของอเมริกา
    ๔. วุฒิการศึกษาและความประพฤติของพระธรรมฑูต อนาคตวัดไทยในทศวรรษหน้า

กลุ่มเป้าหมาย
    ๑.ลูกหลานของคนไทยที่เกิดในสหรัฐอเมริกา
    ๒.ชาวต่างประเทศที่สนใจทั่วไป

วัดไทยในอนาคตเพื่อ:
    ๑.เป็นศูนย์กลางเผยแผ่พุทธศาสนาทั้งภาคทษฎีและภาคปฎิบัติ ด้านทฤษฎี เช่น เปิดการเรียนการสอนเกี่ยวกับพุทธศาสนา และประเพณีทางพุทธศาสนา เผยแผ่ธรรมะด้วยการจัด ทำสิ่งตีพิมพ์ บันทึกเทปธรรมะ และทางเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น Internet ,Internet Phone, E-mail เป็นต้น ส่วนด้านการปฎิบัติควรจัดอบรมด้านสมาธิภาวนา
    ๒.เป็นศูนย์กลางเผยแผ่ศิลปวัฒนธรรมประเพณีของไทย เช่น ก่อสร้างสิ่งก่อสร้างต่างๆ ในวัดโดยใช้เอกลักษณ์แบบไทย จัดกิจกรรมที่สอดคล้องกับความต้องการของสังคมที่เป็นอยู่ เช่น เปิดสอนภาษาไทย รำไทย ดนตรีไทย มวยไทย และจัดกิจกรรมนันทนาการอื่นๆ
    ๓.เป็นศูนย์กลางสังคมสงฆ์แก่ประชาชนชาวไทยทั้งที่อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา และ ในประเทศไทย ตลอดทั้งชาวต่างชาติอื่นๆ ที่ประสบความเดือดร้อน

พระธรรมทูตไทยในทศวรรษหน้า
    ๑. สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ดี
    ๒. สามารถใช้เทคโนโลยีในการเผยแผ่ เช่น Internet และอุปกรณ์อื่นๆ ที่ทันสมัย
    ๓. มีความหนักแน่นในพุทธศาสนาทั้งด้านวิชาการ และด้านการปฎิบัติ
    ๔. มีความเข้าใจในวัฒนธรรมท้องถิ่น และสามารถปรับตัวเข้ากับสังคมนั้นๆ ได้ดี
    ๕. เป็นผู้ประสานสามัคคีระหว่างพระสงฆ์ และประชาชนในชุมชนนั้น
    ๖. มีคุณสมบัติที่เหมาะสมทางด้านการศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของวัดและสังคมอเมริกา

ปรับปรุงวัดไทย - พระธรรมทูตไทยในปัจจุบันเพื่ออนาคต
    ๑. พระธรรมทูตต้องสร้างศรัทธาให้เกิดขึ้น ด้วยการประพฤติปฎิบัติดี เสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ
    ๒. ให้มีการประกาศเกียรติคุณแก่ผู้ทำคุณประโยชน์แก่วัด
    ๓. ให้ประสานสามัคคีคนในชุมชนให้มีส่วนร่วมในกิจกรรมของวัดมากขึ้น
    ๔. ภาครัฐและองค์กรทางคณะสงฆ์ ควรมีส่วนร่วมในการสนับสนุนส่งเสริมวัดโดยวิธีใดวิธีหนึ่งที่สมควร
    ๕. มีการร่วมมือกันระหว่างวัดต่างๆ ในอเมริกา โดยให้มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยสงฆ์เข้ามาเป็นกลางในการช่วยยกร่างหลักสูตรการสอนธรรมะ สอนภาษาไทย เพื่อให้นำมาใช้ในวัดให้เป็นแนวเดียวกัน จะทำให้เกิดเอกภาพยิ่งขึ้น
    ๖. การอภิปรายทั่วไป

วันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๔๐
    เมื่อที่ประชุมพร้อม รศ.ดร.เรืองเดช ปันเขื่อนขัติย์ ได้อาราธนาพระมหาเถระและสมาชิกสัมมนากล่าวแสดงข้อคิดเห็นเพิ่มเติมหลังการเสนอรายงานกลุ่มดังต่อไปนี้

    พระราชวรมุนี อธิการบดีมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้กล่าวเปิดประเด็นเมื่อการสัมมนามีการจัดกลุ่มเสร็จแล้ว ให้ข้อเสนอแนะว่า รู้สึกดีใจที่ได้เห็นการสัมมนาที่จัดขึ้นได้รับประโยชน์มากที่เดียว ท่านประสงค์ให้เป็นการสัมมนาลักษณะเชิงวิเคราะห์ตนเอง คือ สำรวจบทบาทตนเองแล้วกำหนดแนวทางให้รุ่นน้อง เพื่อไม่ให้เดินทางไปในมุมมืด ท่านได้ให้ข้อเสนอแนะเรื่องการสร้างวัด มีจุดที่น่าสนใจคือ By Law คือกฎระเบียบที่ตั้งขึ้นมาของแต่ละวัด มีโครงสร้างไม่เหมือนกัน โครงสร้างของกรรมการเป็นสภามีเจ้าอาวาส มีการทำงานสัมพันธ์กับบอร์ดคณะหนึ่งๆ บางวัดเกิดความขัดแย้งในการทำงานจนต้องแยกไปตั้งวัดใหม่ จึงเกิดคำถามเรื่องโครงสร้างขึ้น

    ความแตกแยกเกิดจากตัวบุคคล เพราะ By Law หรือเพราะระบบ ตลอดถึงความสัมพันธ์กันอย่างไม่ถูกต้องให้เป็นการศึกษา ปรึกษากันกับคณะกรรมการมีความสัมพันธ์กันอย่างจริงจัง เพราะการเป็นผู้บริหารต้องมีความรู้ ความเข้าใจตรงนี้ให้ดี อันนี้เป็นการพูดอย่างเชิงวิชาการในสิ่งที่จำเป็นเท่านั้น ถ้าเป็นไปได้ สมควรเชิญนักกฎหมายไทย และนักกฎหมายอเมริกัน ระดับผู้ใช้ภาษาอังกฤษมาตรฐานมาสัมมนากัน เพื่อความมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลยิ่งขึ้น

    ท่านอธิบายว่าอยากเห็นการสัมมนาในระดับสูงเกิดขึ้นจริง วัดใดสามารถเป็นผู้อุปถัมภ์ (sponsor) ก็ขอฝากไว้ให้พิจารณา เรื่องการปกครอง สมัชชาน่าจะเป็นเหมือนมหาเถรสมาคม เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นก็จะต้องรับผิดชอบ ขณะนี้มหาเถรสมาคม กำลังปรึกษากับหลายฝ่าย เพื่อที่จะออกระเบียบปฏิบัติสำหรับพระที่อยู่ต่างประเทศ ในภาคปฏิบัติ มหาเถรสมาคมไม่ได้แต่งตั้งสมัชชาเป็นเขตหรือเป็นหน่วยปกครองสงฆ์ เช่น เจ้าคณะเขตหรือมณฑลใดๆ คือไม่ได้ส่งผู้แทนที่มีอำนาจ (Authority) ของคณะสงฆ์ไทยมาเป็นเจ้าคณะซึ่งจะสัมพันธ์กับตำแหน่งสมณศักดิ์ต่าง ๆ ที่เลื่อนมาเป็นสาย ๆ อยู่ที่นี่ เช่นเมืองไทย คณะสงฆ์ไทยกับสมัชชาไม่ได้มอบหมายอย่างเป็นทางการ ไม่มีสายบังคับบริหารดังกล่าว อาจเป็นเพราะไม่มีเหตุเกิดขึ้น หรือเพราะเป็นระบบเดียวกันกับอเมริกา

    คือการปกครองแต่ละรัฐ จัดรูปแบบกันเอง เพราะรัฐธรรมนูญของเขาถือเสรีภาพเป็นสำคัญ ในด้านงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาในอเมริกา พระราชวรมุนีกล่าวว่า ในส่วนงานเผยแผ่นั้นเรื่อง Internet ประสงค์อย่างยิ่งที่จะให้เกิดขึ้นอย่างจริง ๆ จัง ๆ มีปัญหาอยู่ว่าพระจะดู Internet ได้ไหม?.!.? พระภิกษุจะดูอะไรต่าง ๆ ที่มีประโยชน์นั้นไม่เห็นเสียหายตรงไหน ครั้งหนึ่งท่านเคยไปนิวยอร์ค ขอใช้ Internet ของพระภิกษุรูปหนึ่ง เพื่อค้นคว้าพระไตรปิฎกของมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อหาข้อมูลประกอบการแสดงพระธรรมเทศนาก็ทำได้ และอยากได้นิทานก็พบนิทานจากประเทศออสเตรเลีย ทำให้ได้นิทานจากประเทศออสเตรเลีย มาประกอบการแสดงธรรม อีกทั้งสามารถตรวจดูข่าวสารของเมืองไทยได้จาก Internet ส่วน E-mail

    ส่วนกลุ่มที่นำเสนอเรื่อง วิปัสสนากรรมฐาน กับสมาธิภาวนานั้นต้องพยายามศึกษา ในอเมริกาเอง Insight Meditation มีชื่อเสียงมากประชาชนชาวอเมริกาต้องการศึกษา ผู้ที่นำมาเผยแผ่ คือ ลูกศิษย์หลวงพ่อชาผู้เคยบวชอยู่กับหลวงพ่อชา ต่อมาได้ลาสิกขามาทำงานด้านนี้และทำในลักษณะธุระกิจ จนมีฐานะร่ำรวย คำว่า Insight Meditation เป็นชื่อกรรมฐานที่ทำให้ต่างไปจากมหายาน สมควรอย่างยิ่งที่พระธรรมทูตควรจะศึกษาให้ชัดเจน รวมทั้งศึกษาถึงเรื่องจิตวิทยาด้วย เพื่อเป็นเครื่องมือในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา

    พระมหาสุรพล สุจริโต รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและวางแผน กล่าวว่า ท่านเองมาในฐานะดูงานเก็บข้อมูลกับฝ่ายกิจการต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิดโครงการฝึกอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ ได้จัดมาแล้ว ๓ รุ่น บัดนี้ได้จัดสัมมนาเพื่อหาข้อบกพร่อง และมีการแลกเปลี่ยนปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ เพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขในการทำงาน ความคิดของท่านเองนั้นคิดว่า การที่มหาจุฬาฯได้มีส่วนเปิดโครงการฝึกอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ เป็นการบริการวิชาการแก่สังคม แก่พระสงฆ์ อบรมแล้วเสร็จก็คือเสร็จ แต่โดยสามัญสำนึกของมหาจุฬาฯแล้ว สิ่งที่ต้องศึกษานำมาปรับปรุงเปลี่ยนแปลง คือ หลักสูตร เราต้องทำ แต่ว่าข้อมูลที่เรามีในประเทศไทยยังไม่เพียงพอ การร่วมสัมมนาครั้งนี้คาดว่าจะได้ข้อมูลเพิ่มเติม

    ทุกวันนี้เราคิดว่า เป็นนิมิตรหมายที่ดี เราดีใจที่มีส่วนร่วมในการช่วยสร้างวัดไทย พร้อมกันนั้นเราต้องเตรียมพระรุ่นใหม่ จึงต้องมาคิดร่วมกันว่าต่อไปน่าจะมี สถาบันกลาง ศูนย์กลาง โดยไม่ติดอยู่กับวัดใดวัดหนึ่ง ปัญหาการเผยแผ่ในต่างประเทศของพระธรรมทูต ตามที่ได้ข่าวว่าไม่ค่อยประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร แต่ก็สงสัยว่าเมื่อพระธรรมทูตได้มีโอกาสมาอยู่ในประเทศที่เขาใช้ภาษาอังกฤษอยู่แล้วทำไมภาษาอังกฤษยังใช้ไม่ได้ เป็นไปได้ไหม ที่จะส่งเสริมท่านให้ได้เข้ามาศึกษาฝึกฝนภาษาอังกฤษตั้งแต่เริ่มมาอยู่ ส่วนพระธรรมทูตที่เข้ามาฝึกอบรมที่มหาจุฬาฯ จัดอบรมมี ๒ กลุ่มใหญ่ คือ

    ๑. พระที่ทางวัดไทยในอเมริกาส่งผ่านสมัชชาฯ
    ๒. พระที่จบการศึกษาจากมหาจุฬาฯ เนื่องจากว่าการอบรมเกิดจากมหาจุฬาและสมัชชาฯร่วมกัน

    ต่อไปนี้เราสามารถกำหนดคุณสมบัติของพระ เช่น ต้องเป็นคอมพิวเตอร์ พูดภาษาอังกฤษดี เป็นต้น จะได้ไหม..? ขอฝากไว้ให้คิดเพื่อปรับปรุงหลักสูตรการฝึกอบรมต่อไป ท่านรองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและวางแผน ก็ได้ให้ข้อคิดที่เป็นประโยชน์ในการฝึกอบรมพระธรรมทูต เพื่อพัฒนาคุณภาพของพระธรรมทูตไทย พระศรีธีรวงศ์ รองเจ้าอาวาสวัดธรรมาราม กล่าวว่า การทำงานในสหรัฐอเมริกาที่พูดกันมายังไกลความเป็นจริงอยู่มาก ท่านมาทำงานอยู่ที่สหรัฐอเมริกาถึง ๑๕ ปี ในเรื่องการส่งเสริมพระธรรมทูตให้ได้ศึกษาภาษาอังกฤษนั้น ขณะที่ พระมหายรรยง ฐานวโร อยู่ ท่านก็ส่งเสริมให้ไปเรียน ตอนนี้ท่านเองก็เสียสละ วันละ ๒๕ - ๓๐ เหรียญ ส่งพระไปศึกษาตัวท่านเองก็รู้บ้างไม่รู้บ้าง แต่ให้ไปกลางคืน ส่วนพระธรรมทูตทั้งนี้มหาจุฬาฯเป็นผู้ให้ วัดในอเมริกาเป็นผู้รับ น่าจะให้ชนิดที่สมบูรณ์มาเลย ท่านก็ย้อนถามคณะผู้ฝึกอบรมได้ดีทีเดียว

    พระมหาประชัน ชุตินฺธโร เจ้าอาวาสวัดพุทธาวาส กล่าวใจความว่า การดูแลพระสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกาของสมัชชาฯ ยังไม่ทั่วถึง และมหาเถรสมาคมก็ยังไม่มีระเบียบปฏิบัติหรือนโ่ยบายที่ชัดเจน พระธรรมทูตที่มาปฏิบัติศาสนกิจในสหรัฐอเมริกา ควรศึกษาวัตถุประสงค์ของทางวัดให้เข้าใจเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการทำงานให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ดังกล่าว ท่านกล่าวให้สติพระธรรมทูตก่อนตัดสินใจเลือกวัด ให้เลือกให้ดีไม่ใช่เอาเขาว่า โดยวาดภาพในจินตนาการสวยหรูเกินไป เป็นการพูดเตือนสติให้คิดก่อนตัดสินใจไปปฏิบัติศาสนกิจของพระธรรมทูต

    ดร.พระมหาสิงห์ทน นราสโภ ได้กล่าวโดยย่อว่า ขอย้อนถึงการสอน วิปัสสนา กับ สมาธิภาวนา ดังอธิการบดี: พระราชวรมุนี สงสัย ท่านขอชี้แจงว่าที่จริงกลุ่มที่ 3 และกลุ่มที่ 4 ไม่ขัดแย้งกันระหว่างสมาธิภาวนา กับวิปัสสนากรรมฐาน ความเป็นจริงเราจะมาสอนอเมริกาจะให้เขาเข้าใจยอมรับถึง เรื่องนิพพานเลย เขารับไม่ได้จากประสบการณ์ที่ตัวท่านเคยสอนหลายแห่งสอบถามดูว่าเป็นอย่างไร พูดไปก็จะหาว่าอวดอ้างตัวเอง อย่างไรก็ตามขอให้นึกถึงความเห็นของ เจ้าคุณศรีธีรวงศ์ พูดแล้วว่าบางทีก็ต้องปรับปรุงบ้าง การที่ ธิเบต ก็ตาม เซน ก็ตามเขาประสบความสำเร็จก็เพราะเขาประยุกต์เก่ง แต่เวลาขอความดีความชอบของพระบางรูปก็รายงานว่า เผยแผ่สั่งสอนแก่ชาวต่างประเทศทั้งหมด การที่เรามาอยู่มาสอนแก่คนต่างประเทศที่เขาเป็นโลกวัตถุนิยม เขายังมัวเมาวัตถุอยู่ จู่ๆ จะให้เขายอมรับมันไม่ได้ และเรามาอยู่อเมริกาเพื่ออะไรกัน จากนั้น

    พระอำพล สุธีโร ได้อภิปรายถึงประโยชน์การใช้ Internate ซึ่งสามารถใช้ Home Page และ E-mail อันเป็นประโยชน์ต่อการเผยแผ่ธรรม ข่าวสารต่างๆ อันจะอำนวยความสะดวกต่อการปฎิบัติศาสนกิจ ของพระธรรมทูตเป็นอย่างมาก ได้มีการสัมมนาในครั้งนั้นด้วย นอกจากนั้น ก็เป็นข้อวิจารณ์ของตัวแทนวัดต่างๆ ซึ่งสร้างวัดอยู่ในมลรัฐต่างๆ ของอเมริกา อันจะเป็นประโยชน์ต่อการประสานสัมพันธ์ไมตรี ในยุคใหม่ แห่งพระธรรมทูตไทย ในอันจะร่วมแรงร่วมใจกันปฎิบัติศาสนกิจ และเผยแผ่พระพุทธศาสนา ให้วัฒนธรรมถาวรสู่ชาวตะวันตก ให้มั่นคงสืบต่อไป ฉะนั้น การเผยแผ่ของเราจะมีแนวนโยบายที่ดีอย่างไร การสัมมนาคงจะได้แนวปฎิบัติขอฝากไว้ให้คิดพิจารณา และคิดว่าการสัมมนาครั้งต่อไป คงจะจัดให้มีขึ้นในยุโรป เพื่อประโยชน์ที่เราท่านพึงได้รับ สาธุชน ปัญญาชน ขอได้ช่วยกันพิจารณาปรับปรุงแก้ไขกันต่อไป

    พระราชรัตนโมลี ได้กล่าวขอบคุณในพิธีปิดการสัมมนาว่า ท่านมีความดีใจที่ได้เข้าร่วมสัมมนาพระธรรมทูตสายต่างประเทศ เพื่อจะรับประโยชน์แก่การทำงานของพระธรรมทูตและก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้น อีกทั้งได้รับความอุปถัมภ์ จากบรรดาพุทธศาสนิกชนชาวไทยที่นี่รวมพลังกันอย่างเข้มแข็ง ยิ่งมีนักวิชาการของไทยที่ทำงานในอเมริกาให้ความร่วมมือหลายท่าน เช่น อาจารย์คอมพิวเตอร์ที่อธิบายการใช้ Internate สร้างเครื่องมือ ในการส่งข่าวสารทันสมัยเป็นต้น หวังว่าจะก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นไป ซึ่งเป็นการประชุมที่ใช้กำลังทรัพย์ กำลังปัญญามาก แต่ก็คุ้มค่ายิ่ง มีปัญหาที่น่าวิตกคือ บุคลากร และการคัดเลือกบุคลากร จากการบริหารงานมหาจุฬาฯ ที่ผ่านมาประมาณ 20 ปี มีปัญหาที่น่าหนักใจ คือปัญหาการจัดสรรบุคคลที่เหมาะสมเข้าดำรงตำแหน่ง การจะสร้างบุคลากรต้องช่วยกันทุกฝ่าย รวมทั้งญาติโยม

    ในการสัมมนาครั้งนี้ได้รับความเมตตาจาก พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระธรรมโกศาจารย์ ซึ่งท่านเป็นผู้นำ และขอขอบใจพระเถรานุเถระ ตลอดทั้งญาติโยมที่ให้ความอุปถัมภ์ รวมทั้งร่วมใจกันทำงานให้มีความก้าวหน้ายิ่งขึ้น ส่วนการสร้างวัดนั้นเป็นเสรีภาพของเขาห้ามไม่ได้ ก็แล้วแต่ญาติโยมแม้เมืองไทยก็มีเช่นกันหวังว่าพุทธศาสนาจะเจริญยิ่งขึ้น พระพุทธเจ้าตรัสว่าพระพุทธศาสนาขึ้นอยู่กับพุทธบริษัท ทั้ง ๔ อย่าโทษแต่พระ ขอให้ทุกท่านจงเจริญในธรรมของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายิ่ง ๆ ขึ้นไป ๗.ประโยชน์ของ Internet

คุณธนิต ตั้งพิจัยกุล เจ้าหน้าที่ธนาคารและรองประธานบริหารวัดไทยวอชิงตัน ดี.ซี. ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีสื่อสารยุคใหม่โดยเฉพาะเรื่อง Internet. อย่างละเอียดมีประโยชน์ต่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา เป็นวิธีที่ทันสมัยได้ผลรวดเร็วในยุคปัจจุบันเป็นต้นว่า ความหมายของคำศัพท์ Server คือฝ่ายผู้ให้บริการ ส่วนอีกฝ่ายเรียกว่าผู้รับริการ (Client) การสร้าง web ต้องสร้าง  มีบริษัทหรือหน่วยงานจะให้ server เพื่อจะสร้าง Home Page ต้องเสียค่าสมัครเป็นรายเดือน แล้วเราจะใช้ Computer เข้าไปดู Home Page เพื่อติดต่อกับ Net Work ทั่วโลก ทุกคนทั่วโลกจะสามารถเข้ามาเห็น Home Page นี้ได้

    วิธีที่จะเข้าไปดูและสร้าง Home Page จำเป็นต้องมี - Computer - Modem - และสายโทรศัพท์ ในเมืองไทยก็มีหลายแห่ง อีกอย่างเราจะใช้ E-mail ติดต่อ พระราชวรมุนี มีความเป็นห่วงว่า E-mail จะใช้ภาษาไทยไม่ได้ ขอเรียนว่าเดี๋ยวนี้ใช้ได้ Server เราไปใช้ ไม่จำเป็นต้องอยู่ที่ประเทศเรา เราต้องเลือกว่าอันไหนมีความเร็วและให้เนื้อที่เราลงข้อมูลได้มากๆ อีกอย่างยังมีการซื้อขายผ่านทาง Home Page ได้ซึ่งเหมาะสำหรับนักธุรกิจ เพราะสะดวกและรวดเร็ว ขั้นตอนการเตรียมทำ Server มีหลายขั้นตอนมาก ต้องมีผู้เชี่ยวชาญเขียน Programme เช่น ที่อยู่ถาวร Domain Name Server ซึ่งต้องเสียเงินและทุกคนจะเข้ามาดู Home Page ของเราได้ นอกจากนี้ยังใส่ตรา (Logo) ของเราเข้าไปได้ด้วย

    เรื่องเสียง ก็ฟังผ่าน RealPlayer การใช้เสียงแต่ไม่เหมือนโทรศัพท์เลยทีเดียว ปัจจุบัน สมัชชาสงฆ์ไทย ในสหรัฐอเมริกาก็สร้าง Home Page http://www.thaitemple.org/ ทุกคนสามารถเข้าไปดูกิจการของแต่ละวัดหมดเลย คุณธนิตได้ให้ข้อคิดว่า วัดไทยต้องทำตามขั้นตอนคือ ขั้นแรกต้องรวมตัวกัน มีอำนาจต่อรอง ประหยัดและ server ไม่จำเป็นว่าต้องอยู่ประเทศเรา ส่วนจะใช้อะไรติดต่อกันได้ ก็เลือกเอา อย่างไรก็ตามอย่าเพิ่งท้อถอยเอาขั้นง่ายๆ ก่อน เอาอังกฤษไปก่อนต่อมาอาจใช้ Computer คุณภาพดีๆ ขึ้นไปอีก นับว่าเป็นประโยชน์แก่การติดตั้งสื่อที่ทันสมัยที่สุดและเป็นประโยชน์ที่สุด

    จากนั้น เวลา ๑๐.๒๐ น. ประธานที่ประชุมสัมมนา หลวงพ่อพระธรรมโกศาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ) ได้นำบูชาพระรัตนตรัยเป็นอันเสร็จพิธีการสัมมนาครั้งยิ่งใหญ่ได้ปิดฉากลง แต่มิได้หมายถึงการปิดตัว ปิดบทบาทของพระธรรมทูต ตลอดชาวพุทธทุกท่าน ขอได้สืบสานกุศลเจตนากันต่อไป ทั้งนี้เพื่อประโยชน์สุขสันติภาพของโลก ขอเป็นภราดรภาพ เป็นพี่น้องได้พึ่งพาอาศัย ยามสุขสงบต่างเพลิดเพลิน ยามยากเย็นทุกข์เข็ญขอได้หันหน้าช่วยหาหนทางแก้ไข สมดังปณิธานที่ทุกคนตั้งไว้ ขอให้ประทีปธรรมแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โปรดได้ส่องสว่างไปทั้งโลกสิ้นกัลปาวสานเทอญ ขอขอบคุณทุก ๆ ท่านในการร่วมมือร่วมใจให้การสัมมนาครั้งนี้สำเร็จลงด้วยดี

    ขอความสุขสงบและความเจริญรุ่งเรืองในธรรม จงบังเกิดมีแด่ทุกท่าน ให้มีสุขภาพ พลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง เจริญในหน้าที่การงาน อยู่รอดปลอดภัยทุกท่านทั้งที่อยู่ในเมืองไทยและต่างแดน ขอให้พระธรรมจงคุ้มครองรักษาทุก ๆ ท่าน ดังพระพุทธพจน์ว่า " ธมฺโม หเว รกฺขติ ธมฺมจารี : พระธรรมย่อมรักษาผู้ปฏิบัติไม่ให้ตกไปในที่ชั่ว"

พระมหาสมชัย กุสลจิตฺโต ประธานโครงการฯ
พระมหายรรยง ฐานวโร รองประธานฯ
พระมหาทวี อิสฺสรญาโณ เลขานุการโครงการฯ

ผู้ตรวจทาน การสัมมนาพระธรรมทูตในประเทศสหรัฐอเมริกา ปี พ.ศ. ๒๕๔๐
   
๑. ผู้รับผิดชอบโครงการ สำนักงานรองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ
   
๒. หลักการและเหตุผล ด้วยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา ได้จัดอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รวม ๓ รุ่น จำนวน ๑๙๖ รูป ระหว่างปีพุทธศักราช ๒๕๓๘-๒๕๔๐ ส่วนใหญ่ได้ไปปฏิบัติศาสนกิจในสหรัฐอเมริกา ร่วมกับพระเถรานุเถระผู้ปฏิบัติศาสนกิจในประเทศนั้น ๆ ก่อนการจัดให้มีการอบรมพระธรรมทูตฯ พระสงฆ์ดังกล่าวได้ประสบกับปัญหา อุปสรรคต่าง ๆ ทั้งด้านภาษาและวัฒนธรรมประเพณี สมควรจะได้จัดให้มีการสัมมนาเพื่อให้รู้ปัญหา อุปสรรค เพื่อหาวิธีการแก้ไขลดปัญหาความยุ่งยากในการทำงานและหาทางปรับปรุงหลักสูตรการอบรมในรุ่นต่อ ๆ ไป ให้สอดคล้องกับความเป็นจริง
   
๓. วัตถุประสงค์
        ๓.๑ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถ แก่ พระธรรมทูตฯและพระเถรานุเถระผู้ ปฏิบัติศาสนกิจในต่างประเทศ
        ๓.๒ เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่าง พระธรรมทูตฯผู้ผ่านหลักสูตรการ อบรมและยังไม่ผ่านการอบรม
        ๓.๓ เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีและความ ร่วมมือกันระหว่างวัด พระธรรมทูตด้วย กันและกับพระเถระทั่วไป อันจะนำไปสู่ เอกภาพแห่งการปฏิบัติศาสนกิจในต่างประเทศ
   
๔. สถานที่
        วัดไทยกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกา
   
๕.ระยะเวลาดำเนินงาน
        ใช้เวลา ๓ วัน ระหว่างวันที่ ๖-๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๐
   
๖. ผู้เข้าร่วมสัมมนา
        - พระเถระและพระสังฆาธิการจากเมืองไทย ๒๐ รูป
        - พระเจ้าหน้าที่มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ๗ รูป
        - ประธานสงฆ์และพระธรรมทูตจากวัดต่าง ๆ ในอเมริกา ๕๐ รูป
        - เจ้าหน้าที่กรมการศาสนา ๖ ท่าน
        - เจ้าหน้าที่ฝ่ายสถานทูต ๔ ท่าน
        - ฆราวาส ๒๐ ท่าน รวมจำนวน ๑๑๗ รูป/ท่าน
   
๗. แหล่งทุน
        ๗.๑ กรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ
        ๗.๒ มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในพระ บรมราชูปถัมภ์
        ๗.๓ สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา
        ๗.๔ ผู้มีจิตศรัทธาทั่วไป
   
๘. ปัญหาและอุปสรรค
        ๘.๑ ด้านภาษา
        ๘.๒ ด้านวัฒนธรรม
            -ประเพณีท้องถิ่น
   
๙. ผลที่ได้รับ
        ๙.๑ ความเป็นเอกภาพของพระธรรมทูตใน สหรัฐอเมริกา
        ๙.๒ มีความเข้าใจอันดีระหว่างพระธรรมทูตฯ และผู้ที่เกี่ยวข้อง
        ๙.๓ ปรับปรุงหลักสูตรให้สอดคล้องกับ ภูมิภาคนั้น ๆ ตามความเป็นจริง
        ๙.๔ ร่วมกันแก้ไขปัญหา อุปสรรคต่าง ๆ ที่เกิด ขึ้น

 


Copyright  1979-2007  Thai Buddhist Center of Minnesota, All rights reserved
วัดไทย มินีโซต้า เมืองเอล รีเวอร์  มลรัฐมินีโซต้า   สหรัฐอเมริกา
10863  208th Ave. NW, Elk River, MN  55330-8702  Tel. 763-241-0710
ผู้รับผิดชอบ : พระมหาไพสิทธิ์  ธัมมรโส E-mail  :  phaisit9@hotmail.com